หลังสังหารนักผจญภัยจากเขตเหนือได้ พวกเสิ่นอี้ต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า
คนที่บาดเจ็บหนักที่สุดคือหงหลาง เขาใช้ทักษะคลุ้มคลั่ง ทำให้พลังชีวิตลดลงครึ่งหนึ่งอยู่แล้ว พอปะทะกับนักผจญภัยคนนั้นเข้าอีก พลังชีวิตก็ลดเหลือต่ำกว่า 30% แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่สร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายได้มากที่สุดเช่นกัน
รองลงมาคือเสิ่นอี้ เขาถูกธนูพุ่งชนของนักผจญภัยคนนั้นยิงเข้าใส่ การโจมตีด้วยธนูมีพลังทำลายล้างสูงอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับความเสียหายจากคลื่นกระแทกอีก 50 แต้ม เสิ่นอี้จึงเสียพลังชีวิตไปมากกว่า 100 แต้ม
แต่เขามีทักษะการรักษาอันต่ำช้า จึงฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว
โชคร้ายที่ผลข้างเคียงทำให้หมดแรงของทักษะนั้น ซึ่งเดิมทีมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก กลับทำงานขึ้นมาในตอนนั้นพอดี จึงทำให้เขาเข้าร่วมการต่อสู้ชั่วคราวไม่ได้
สถานการณ์ของเวินโหรวไม่ได้ดีไปกว่าเสิ่นอี้สักเท่าไร นักผจญภัยคนนั้นสร้างความเสียหายให้เธออยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ส่วนจินกังใช้พลังจิตติดต่อกันหลายครั้งจนพลังชีวิตถูกใช้เกินขีดจำกัดอย่างหนัก ยังดีที่กระสุนรักษาของเสิ่นอี้ช่วยให้เขามีเวลาฟื้นตัว จากนั้นหมอนี่ก็แกล้งตายรอโอกาสอยู่ตลอด จึงสามารถสร้างผลงานชิ้นสำคัญได้ในจังหวะคับขัน
คนที่บาดเจ็บน้อยที่สุดคือเจ้าหมูอ้วน เขาถูกคลื่นกระแทกตอนช่วยเด็กน้อย แต่ด้วยสภาพร่างกายของเขา ความเสียหายแค่นี้แทบไม่นับว่าเป็นอะไร
เพียงแต่ฝุ่นมหาศาลที่เกิดจากคลื่นกระแทกปกคลุมเขาเอาไว้ เมื่อมองจากภายนอก กลับเป็นเขาที่ดูยับเยินที่สุด
การต่อสู้ครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นครั้งที่เสิ่นอี้ต้องลุ้นระทึกที่สุดนับตั้งแต่เข้ามาในนครโลหิต แต่ขณะเดียวกันก็เป็นครั้งที่ทำให้เขาตกตะลึงที่สุดเช่นกัน
ความแข็งแกร่ง ความดุดัน และความกล้าหาญของนักผจญภัยจากเขตเหนือนั้น ไม่มีใครในบรรดานักผจญภัยทั้งหมดที่เสิ่นอี้เคยพบจะเทียบได้
คนเพียงคนเดียวกลับกล้าท้าทายทีมที่มีนักผจญภัยถึงห้าคน แถมยังเป็นฝ่ายเปิดฉากบุกอยู่ตลอด