หลังจากกวาดล้างทหารเยอรมันในเมืองเล็ก ๆ จนหมด พวกนักผจญภัยก็รวมตัวกันได้ครบเสียที ไม่นับคนที่มุ่งหน้าไปทำภารกิจทางใต้ คนที่ลงมาจากเครื่องบินสองลำเหลืออยู่ทั้งหมด 22 คน
สิ่งที่ทำให้เสิ่นอี้ประหลาดใจก็คือ หงหลางมาร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้จินกังกับเจ้าตัวอ้วนก็ยังรอดชีวิตมาได้
หงหลางที่รีบเข้ามาสมทบชกเสิ่นอี้หนึ่งหมัด ก่อนหัวเราะเสียงดัง “ฮ่า ๆ ตอนอยู่บนเครื่องบินฉันก็คิดอยู่แล้วว่า ถ้านายอยู่ในภารกิจนี้ด้วย ไอ้หนูอย่างนายต้องเลือกฝ่าวงล้อมไปทางเหนือแน่”
เสิ่นอี้ยิ้มกริ่ม “นายรู้จักฉันดีขนาดนั้นเลยหรือ?”
“แน่นอน” หงหลางพูดอย่างหน้าด้านหน้าทน
เขาถูกแสงจากเครื่องยิงจรวดดึงดูดให้ตามมา แต่ไม่คิดเลยว่าคนที่ใช้อาวุธนี่จะเป็นเสิ่นอี้
“นายไม่ได้บอกหรือว่าต้องรอทุก ๆ 30 วันถึงจะเข้าร่วมภารกิจได้ครั้งหนึ่ง? แล้วทำไมรอบของนายถึงตรงกับฉันล่ะ?” เสิ่นอี้สงสัยมาก เรื่องแบบนี้จะบังเอิญตรงกันได้ก็ออกจะพอดีเกินไป
หงหลางส่ายหน้า “30 วันเป็นแค่กำหนดเวลาสูงสุด ถ้านายยินดี จะเข้าโลกภารกิจก่อนกำหนดก็ได้ ฉันลองคำนวณเวลาของนายแล้ว รู้ว่าวันนี้นายจะเข้าร่วมภารกิจ ก็เลยจงใจเข้าร่วมก่อนกำหนด แบบนี้เราก็จะได้อยู่รอบเดียวกัน”
ดูท่าหงหลางจะหมายตาเสิ่นอี้ไว้แล้ว ถึงกับยอมเข้าโลกภารกิจก่อนกำหนดเพื่อให้รอบตรงกัน
ดูเหมือนจินกังก็รู้จักหงหลางเช่นกัน เขาหัวเราะแล้วถามว่า “พี่หง พวกคุณรู้จักกันด้วยหรือ?”
“เดือนก่อนฉันไปรีดไถคน แล้วดันถูกไอ้หนูนี่เล่นงาน ตั้งแต่นั้นฉันก็กลับตัวกลับใจแล้ว”
เหงื่อตก!
คิดว่าตัวเองเป็นโสเภณีหรือไง ถึงพูดว่ากลับตัวกลับใจน่ะ
จินกังหัวเราะ “ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง อ้อ จริงสิ ฉันเห็นนายอยู่กลางอากาศด้วย นายยิงปืนขึ้นฟ้าทั้งที่ไม่ได้กางร่มชูชีพ เท่สุด ๆ ไปเลย ตอนนี้ฉันเริ่มเชื่อแล้วว่านายฆ่าแดรกคิวลาได้”
นักผจญภัยหลายคนพากันพูดว่า “ใช่ ๆ ฉันก็เห็นเหมือนกัน ไม่กางร่มชูชีพแล้วยังยิงซากเครื่องบินกลางอากาศ ใจถึงจริง ๆ”
มีคนไม่น้อยที่เห็นฉากกลางอากาศของเขาเมื่อครู่นี้