เสียงกรีดร้องของอันนาดังขึ้น ก่อนทั้งสองจะร่วงจากพื้นลงไปในหลุมขนาดใหญ่ใต้ดิน
ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย อันนากวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก
ที่นี่กลับเป็นถ้ำใต้ดิน ภายในยังมีแอ่งน้ำพุอยู่ด้วย น้ำไหลมาจากโพรงอื่น ๆ ใต้ดิน อุโมงค์ใต้ดินทอดแยกไปทุกทิศทุกทาง ดูคล้ายเขาวงกตใต้พิภพ
เสียงหยดน้ำดังติ๋ง ๆ ความเงียบสงัดแผ่ปกคลุมหลุมกว้าง
“ที่นี่ที่ไหน?” อันนาถามอย่างหวาดผวา
เธอหันกลับมามองเสิ่นอี้ “พาฉันมาที่ไหนกัน?”
เสิ่นอี้ปัดดินออกจากเสื้อผ้า ก่อนจะสำรวจหลุมนี้อย่างละเอียด พลางตอบไปด้วยว่า “ที่นี่น่าจะเป็นถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่งในทรานซิลเวเนีย เมื่อประมาณล้านปีก่อน บริเวณนี้เคยเป็นเขตภูเขาไฟปะทุ การระเบิดครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งอาจฝังกลบผืนดินโดยรอบได้หลายพันไมล์ แต่ในระหว่างที่ลาวาเย็นตัวและแข็งลง บางครั้งอากาศที่แทรกเข้าไปก็ทำให้เกิดถ้ำใต้ดินรูปแบบพิเศษขึ้น ถ้ำเหล่านี้มักมีขนาดใหญ่และทอดยาวหลายร้อยลี้ ที่นี่ก็น่าจะเป็นถ้ำแบบนั้น”
“ฉันไม่ได้ถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ฉันถามว่าทำไมคุณถึงพาฉันมาที่นี่! แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ามีถ้ำอยู่?” อันนาไม่เข้าใจเลย
“เรื่องนั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือที่นี่มีเพื่อนคนหนึ่งอยู่”
อันนาตกใจ “เพื่อน?”
เสิ่นอี้ไม่ตอบ เพียงมองไปยังพื้นดิน
บนผืนดินชื้นนุ่มมีรอยเท้าขนาดใหญ่ยาวราวครึ่งฟุตอยู่หลายรอย ลากยาวไปถึงมุมมืดแห่งหนึ่งในถ้ำ
เมื่อมองตามรอยเท้าเข้าไปในความมืด อันนาถึงกับสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งร่างสูงใหญ่ซ่อนอยู่ตรงนั้น
“มีคนอยู่ตรงนั้น!” อันนาร้องขึ้น พลางยกกระบี่ยาวในมือขึ้น
“อย่าตกใจ ฉันไม่ใช่คนร้าย!” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นกะทันหัน
“ออกมา ให้ฉันเห็นหน้า!” อันนากล่าวเสียงขรึม
ร่างหนึ่งค่อย ๆ เดินออกมาจากความมืด
อาศัยแสงที่ส่องลงมาจากเพดานถ้ำ ทั้งสองเห็นได้ชัดว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปลักษณ์น่าสยดสยองอย่างยิ่ง
ร่างของมันสูงเกือบสองเมตร แต่พิกลพิการอย่างหนัก ลำตัวซีกซ้ายและขวาไม่ได้สัดส่วนกันอย่างเห็นได้ชัด
ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยเย็บ แต่ละส่วนมีสีเทาขาวอันเป็นลักษณะเฉพาะของเนื้อที่ตายแล้ว ทว่าสีกลับแตกต่างกันไป ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกประกอบขึ้นจากชิ้นเนื้อศพนับไม่ถ้วน