ทว่าในจังหวะนั้นเอง เผยเส้าหวายที่อยู่ด้านหลังกลับเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงจริงจังกว่าเมื่อครู่มาก
“น้องเจาฝาน”
เซี่ยเจาฝานชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองใบหน้าที่เจือแววสำนึกผิดของเผยเส้าหวาย ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“มีอะไรอีกหรือ?”
เผยเส้าหวายมองนาง คล้ายมีถ้อยคำมากมายอยากกล่าว ทว่าสุดท้ายเมื่อถึงริมฝีปาก กลับเหลือเพียงประโยคเดียว
“ขออภัย!”
เซี่ยเจาฝานกะพริบตา คำขอโทษครานี้จริงใจกว่าคำพูดตามมารยาทที่เขาเอ่ยกับฮูหยินเสิ่นเมื่อครู่มากนัก
แต่นางก็ยังไม่รู้สึกอะไรอยู่ดี เพราะเรื่องบางเรื่องทำผิดไปแล้วก็คือทำผิดไปแล้ว
คำขอโทษหนึ่งประโยคอาจแทนความสำนึกผิดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
นางเองก็ไม่มีความสนใจจะรื้อฟื้นสัญญาหมั้นหมายที่ผ่านพ้นไปแล้วขึ้นมาอีก จึงเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่าไม่เป็นไร จากนั้นก็หันหลังขึ้นรถม้าไป
เมื่อมองรถม้าจวนอัครมหาเสนาบดีค่อย ๆ เคลื่อนลับไป แววตาของเผยเส้าหวายก็ไหววูบ เขาจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นนี้แน่
……
รถม้าเคลื่อนไปช้า ๆ ใต้แสงโคมเจิดจ้าของเมืองหลวง ล้อบดผ่านถนนหินที่ปูเรียบ ส่งเสียงเบา ๆ เป็นจังหวะ
บางคราวเสียงนั้นก็ปะปนกับเสียงพ่อค้าเร่ร้องขายของจากที่ไกล ๆ และเสียงดนตรีจากหอสุรา เผยให้เห็นความครึกครื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของยุคสมัยนี้
เซี่ยเจาฝานยังคงกระปรี้กระเปร่า นางยื่นมือแง้มม่านรถขึ้นเล็กน้อย ลมกลางคืนพลันลอดผ่านช่องว่างเข้ามา พัดไล้แก้มพร้อมไอเย็นจาง ๆ
