เมื่อนึกถึงตรงนี้ เซี่ยเจาฝานก็ล้วงยันต์สีเหลืองเข้มแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ
“พี่หญิง ดูนี่สิ”
เซี่ยจิ่นอี๋ชะงักเล็กน้อย
“นี่คืออะไร?”
“ยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่ข้าไปขอมาจากศาลเจ้าหลักเมืองเมื่อวาน ตอนออกไปข้างนอก”
เซี่ยเจาฝานยื่นยันต์ให้ สีหน้าจริงจังยิ่ง
“ข้าคิดว่าในเมื่อเรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว จะปล่อยให้เซียงหลิงต้องทนทุกข์อยู่เช่นนี้ตลอดไปก็ไม่ได้ จึงไปหานักพรตเต๋าคนหนึ่ง เขาบอกว่ามันขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่”
เซี่ยจิ่นอี๋รับยันต์มาพิจารณาอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง แม้นางจะติดตามอาจารย์ท่องยุทธภพมาหลายปี และเคยสัมผัสวิชาอาคมของสำนักเต๋ามาบ้าง
แต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและสะกดพลังอัปมงคลโดยตรง นางไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง จึงยังตัดสินไม่ได้ในทันทีว่ายันต์แผ่นนี้เป็นของจริงหรือของปลอม
นางเงยหน้ามองเซี่ยเจาฝาน ความขุ่นเคืองที่เดิมมีอยู่ในใจค่อย ๆ จางหายไปโดยไม่รู้ตัว
อย่างน้อยนางก็มองออกว่า แม้น้องสาวบุญธรรมคนนี้จะทำตัวเหลวไหล บางครั้งชวนให้คนอยากจับมาสั่งสอนเสียให้เข็ด แต่พอรู้ว่าสาวใช้เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ กลับไม่ได้เลือกยืนดูอยู่เฉย ๆ
“จะได้ผลหรือไม่ ลองดูก็รู้”
เซี่ยจิ่นอี๋เก็บยันต์ไว้ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าขอยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่ว่าไว้แล้ว ก็ไปกับข้าเถิด”
“ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่ายันต์แผ่นนี้จะมีประโยชน์หรือไม่”
เซี่ยเจาฝานย่อมไม่ปฏิเสธ เดิมทีนางก็มาที่นี่เพื่อจัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว
