รถแล่นอยู่ 2 ชั่วโมงก็มาถึงสำนักยุทธ์เทียนเซี่ยง
ซูหานอุ้มพี่สาวลงจากรถ ก่อนเดินเข้าไปในสำนักยุทธ์
ในห้องฝึกยุทธ์ชั้นหนึ่ง มีศิษย์หลายคนกำลังฝึกวิชา
พอเห็นซูหานอุ้มคนที่บาดเจ็บเต็มตัวเข้ามา ทุกคนต่างชะงักงัน
ซูหานไม่สนใจ เดินตรงขึ้นไปชั้นบน
ห้องทำงานชั้นสอง
ลู่สวินเซี่ยงกับลู่หยูอยู่ที่นั่นทั้งคู่
ลู่สวินเซี่ยงกำลังจิบชาอ่านหนังสือเงียบ ๆ ส่วนลู่หยูกำลังเล่นโทรศัพท์
ประตูถูกผลักเปิด
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
เมื่อเห็นซูหาน ลู่หยูชะงักไปก่อน จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน
“ศิษย์น้อง?”
ลู่สวินเซี่ยงวางกาน้ำชาลงแล้วลุกขึ้นเช่นกัน
จากนั้นทั้งคู่ก็เห็นคนในอ้อมแขนของซูหาน
“นี่คือ...” ลู่สวินเซี่ยงขมวดคิ้ว
“พี่สาวผม” ซูหานตอบ
เขาวางพี่สาวลงบนโซฟา
ลู่หยูเดินเข้ามาแล้วนั่งยอง ๆ สำรวจร่างอีกฝ่าย
“บาดเจ็บหนักมาก...”
เธอเงยหน้ามองซูหาน
“ศิษย์น้อง เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ซูหานไม่ได้พูดอะไร
ลู่สวินเซี่ยงเงียบไปหลายวินาที ก่อนเอ่ยขึ้น
“นั่งก่อนสิ”
ซูหานนั่งลง
ลู่หยูห่มผ้าให้พี่สาวเรียบร้อย แล้วนั่งลงด้วย
ภายในห้องทำงานเงียบลง
ทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งเงียบ ลู่สวินเซี่ยงเองก็ไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไร
ผ่านไปพักใหญ่ สุดท้ายลู่หยูเป็นฝ่ายถามขึ้น
“ศิษย์น้อง มีเรื่องบางอย่างที่พวกเราอยากถาม”
ซูหานพยักหน้า
“ถามมาได้เลย”
“ทางสถานีตรวจตราบอกว่านายฆ่าจางชวี แล้วก็เจ้าหน้าที่ตรวจตราอีกกว่า 40 คน เรื่องจริงหรือเปล่า?”
ซูหานเตรียมใจรับคำถามเหล่านี้ไว้แต่แรกแล้ว
ในเมื่อเขาก่อเรื่องมาต่อเนื่องถึงขนาดนี้ ข่าวย่อมแพร่ออกไป การที่สำนักยุทธ์เทียนเซี่ยงรู้เรื่องจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
เขาไม่คิดจะโกหก จึงยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
