ในเวลาเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง
ซารุยหลัวซือที่กำลังปะทะกับเว่ย์เฟิงอย่างดุเดือด จู่ ๆ ก็ชะงักไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นงุนงง
ความเศร้าอย่างยากจะห้ามปรามเอ่อท้นขึ้นมาในใจ
หยาดน้ำตาไหลรินออกจากดวงตาทั้งสองข้างอย่างควบคุมไม่ได้
“นี่มัน...เฟลอร์!!!”
เคร้ง!
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด กระบี่ของเว่ย์เฟิงก็พุ่งเข้าจู่โจมอีกครั้ง
สายลมคมกริบจากกระบี่กรีดผิวของเธอในพริบตา
ความเจ็บแปลบทำให้เธอได้สติ รีบถอยกรูดอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อถอยห่างออกมาได้ระยะหนึ่ง เธอก็หันหลังพุ่งตรงไปยังซากปรักหักพังอ่าวตงไท่
“หืม?”
เว่ย์เฟิงมองอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายถอยหนีไปทำไมกะทันหัน
แต่เพราะตั้งใจจะสังหารเธอให้ได้ที่นี่ เขาจึงรีบไล่ตามไป
……
สนามรบข้าง ๆ
เกาเวินและราชันยุทธ์คนอื่น ๆ ต่างก็สังเกตเห็นว่าทั้งสองจากไปพร้อมกัน
ไม่ใช่ว่าพวกเขาเสียสมาธิระหว่างต่อสู้ เพียงแค่ตั้งรับป้องกันตัวเองก็พอแล้ว
เย่เฉินยืนขวางอยู่คนเดียว ต่อให้มีกองทัพนับหมื่นก็ผ่านไปไม่ได้!
ร่างมหึมาสูงเกือบ 20 เมตร!
ถือมหากระบี่เทพอสูรยาว 20 เมตร!
แถมยังอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ระดับ 10!
แค่ฟาดใส่ทีเดียว มนุษย์แสงเงาพวกนั้นก็ไม่มีใครทนการโจมตีครั้งที่สองได้
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังปลดปล่อยมหากระบวนท่ากลืนล้างทั้งสิบนภาสีเลือดที่แผ่กว้างถึง 10 กิโลเมตร!
