“เพิ่งสองทุ่มเอง”
ฉินเฉินเลี่ยงไม่อยากนอนเร็วขนาดนั้น ปกติพ่อหลีกับแม่หลีทำงานล่วงเวลาจนถึงสามทุ่มกว่าจะกลับบ้าน ส่วนหลี่ม่านก็จะกลับบ้านตอนนั้นเหมือนกัน
ก่อนที่พ่อหลีกับแม่หลีจะกลับมา เธอมักจะอยู่ที่นี่ตลอด แม่ฉินบอกว่ากลัวเธออยู่บ้านคนเดียวแล้วเหงา
ฉินเฉินหมิงอาบน้ำเสร็จก็เดินมาหาพวกเขา พลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมไปด้วย
ฝาแฝดนั่งประกบเธออยู่คนละข้าง ทั้งสามคนดูโทรทัศน์ด้วยกัน
แม่ฉินคิดว่าภาพแผ่นหลังแบบนี้คงเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ตั้งแต่ทั้งสามคนเริ่มคลาน เงาร่างเล็ก ๆ ก็เรียงกันแบบนี้อยู่บ่อย ๆ หันหลังหรือหันหน้ามาทางเธอ
แม่ฉินยิ้มอย่างปลื้มใจ “ม่านม่าน ไปอาบน้ำเถอะ อาบเสร็จค่อยกลับ”
“ค่ะ”
พอหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำ ฉินเฉินเลี่ยงก็จ้องฉินเฉินหมิงด้วยสายตาคมกริบ พลางยื่นมือออกไป “เอามือถือมาให้ฉันดู”
ฉินเฉินหมิงเลิกคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยื่นมือถือให้ตรง ๆ
ฉินเฉินเลี่ยงกดเปิดมือถือดู สายที่ไม่ได้รับกับข้อความยังมีเครื่องหมายสีแดงอยู่ พอดูอีกทีก็พบว่าตั้งปิดเสียงไว้จริง ๆ
เขาส่งมือถือคืนอย่างหมดสนุก แล้วขู่ว่า “ถ้านายกล้าพาม่านม่านไปเที่ยวโดยแอบปิดบังฉันละก็ ฉันอัดนายแน่!”
“หึ” ฉินเฉินหมิงหัวเราะเยาะ ใช้นิ้วแตะขมับตัวเอง “หัดใช้สมองบ้างเป็นครั้งคราวนะ”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉินเฉินเลี่ยงคงหน้าแดงด้วยความโกรธไปแล้ว แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เขาเพียงจ้องอีกฝ่ายอย่างคลางแคลงใจ “ฉันรู้สึกว่านายมีเรื่องปิดบังฉันอยู่”
นี่อาจเป็นสัมผัสพิเศษระหว่างฝาแฝด แค่ฝ่ายหนึ่งมีเรื่องอะไรซ่อนอยู่ในใจ อีกฝ่ายก็มักจะรู้สึกได้
