ไป๋อิงเพิ่งก้าวเข้าไปหาหร่วนซินโหรว นางยังไม่ทันลงมือ ก็พลันได้ยินเสียงบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น
“ให้ข้าประมือกับเจ้าได้หรือไม่?”
ผู้พูดอยู่ในขั้นสร้างฐานสมบูรณ์ เป็นผู้มีระดับบำเพ็ญสูงสุดในหมู่คนเหล่านี้
เขารู้ว่าไป๋อิงไม่มีทางเอาชนะหร่วนซินโหรวได้ เช่นนั้นให้เขาลงมือเองยังจะดีกว่า
กล่าวจบ เขาก็ทะยานเข้าไปหาหร่วนซินโหรว
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ ก่อนจะทันได้ลงมือกับหร่วนซินโหรว พลันรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลพุ่งเข้าใส่
ยังไม่ทันแตะต้องหร่วนซินโหรว เขาก็ถูกแรงกดดันนั้นซัดจนถอยกรูดไม่หยุด
แม้หร่วนซินโหรวจะอยู่เพียงขั้นแก่นทองเทียม แต่ก็หลอมแก่นขึ้นมาแล้ว เพียงแต่แก่นนั้นยังไม่กลายเป็นแก่นทองเท่านั้น
นางในตอนนี้มิใช่ผู้ที่ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานสมบูรณ์คนหนึ่งจะรับมือได้อีกต่อไป
นางประสานมือร่ายมุทราต่อเนื่องกัน เพียงพริบตา กลีบดอกไม้มากมายก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ร่วงหล่นประหนึ่งเกล็ดหิมะสีชมพู งดงามราวภาพฝัน ทว่าซ่อนจิตสังหารไว้ภายใน กลีบดอกไม้หมุนวนโบยบินกลางอากาศด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก่อเกิดเป็นพายุหมุนอันเจิดจรัส
ทุกคนมองภาพประหลาดตรงหน้าแล้วรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ นี่คือวิชาลับของสำนักฮวาหยาง ค่ายกลสังหารบุปผาลวงตา ท่านี้ดูไร้พิษภัย ทว่าแท้จริงแล้วทรงอานุภาพยิ่งนัก กลีบดอกไม้ทุกกลีบแฝงคมกริบ สามารถเฉือนเหล็กกล้าให้ขาดได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งวิชานี้ยังยากจะฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ
“ไม่นึกเลยว่าหร่วนซินโหรวจะเรียนรู้ท่านี้แล้ว คราวนี้จบสิ้นกันจริง ๆ”
ทุกคนต่างตะลึงกับวิธีการของนาง
