ไป๋อิงก้าวไปยังศิลาทดสอบ เตรียมจะวางมือลงบนศิลา
สีหน้าของผู้คนในลานล้วนเต็มไปด้วยความดูแคลน
ทว่าสีหน้าของไป๋ตี๋กลับซีดเผือดราวกระดาษในชั่วพริบตา ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
คนอื่นอาจไม่เข้าใจความหมายที่ไป๋อิงทำเช่นนี้ แต่นางรู้ดีว่าไอ้สารเลวนี่จงใจโผล่มาวันนี้เพื่อหักหน้านางชัด ๆ
เพื่อวันนี้ นางทุ่มเทแรงกายแรงใจไปนับไม่ถ้วน ฝึกฝนอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน เพียงหวังจะเฉิดฉายต่อหน้าผู้คนและสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่เลื่องลือ
บัดนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว นางจะยอมให้ไป๋อิงมาขัดขวางในช่วงเวลาสำคัญ แย่งชิงแสงเจิดจ้าของนางไปได้อย่างไร!
ความโกรธเกรี้ยวในใจไป๋ตี๋พลุ่งพล่านดุจคลื่นยักษ์ แทบอยากสับไป๋อิงเป็นหมื่นชิ้น แล้วบดกระดูกให้เป็นผุยผงเสียเดี๋ยวนี้
ในจังหวะที่ไป๋อิงวางมือลงบนศิลาทดสอบ ไป๋ตี๋พลันร้องเสียงดังขึ้นมา “พี่หญิง! รอก่อน!”
ไป๋อิงชะงัก แล้วหันมองไป๋ตี๋
ไป๋ตี๋รีบกล่าวกับผู้คนในลานว่า “ทุกท่านอาจยังไม่ทราบว่าไป๋อิงผู้นี้เป็นพี่หญิงแท้ ๆ ของข้า ก่อนหน้านี้ครอบครัวของเราคิดกันว่าพี่หญิงจากไปอย่างน่าเศร้า ช่วงเวลานั้นบ้านเราราวกับฟ้าถล่มลงมา มารดาร้องไห้ทุกวัน ส่วนบิดาก็ถอนหายใจไม่หยุด จมอยู่กับความโศกเศร้าทั้งวันทั้งคืน ความทุกข์ในใจพวกเรายากจะบรรยายเป็นคำพูด ใครจะคิดว่าวันนี้พี่หญิงจะปรากฏตัวที่นี่ราวกับปาฏิหาริย์ ดีเหลือเกินจริง ๆ”
ขณะพูด ดวงตาของไป๋ตี๋ก็แดงก่ำ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับถูกความเจ็บปวดในความทรงจำท่วมท้น “พี่หญิง ข้าไม่คิดเลยว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ เหตุใดจึงไม่กลับมาหาพวกเราเล่า? พวกเราคิดถึงท่านมากจริง ๆ โดยเฉพาะท่านแม่ เอ่ยถึงท่านทุกวันทุกคืน”
