แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพลันแผ่กระจายออกมาพร้อมฝ่ามือของไป๋อิง
ยามนี้ไป๋อิงไม่คิดปิดบังพลังแม้แต่น้อยอีกต่อไป
แรงกดดันนั้นถาโถมเข้าใส่ประหนึ่งภูเขายักษ์หนักอึ้งบดขยี้ลงมา ปกคลุมฟ้าดินจนผู้คนรู้สึกราวกับตกอยู่ในหุบเหวลึกไร้ก้นบึ้ง อีกทั้งยังคล้ายคลื่นยักษ์โหมซัด กวาดเข้ามาด้วยพลังถล่มภูผาพลิกสมุทร ทำให้ผู้คนหวาดหวั่นจนแม้แต่วิญญาณยังสั่นสะท้านภายใต้แรงกดดันมหาศาล
“นี่...คือแรงกดดันของไป๋อิงหรือ?”
ทุกคนในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ผ่านไปเนิ่นนาน จึงมีคนร้องขึ้นว่า “เป็นไปได้อย่างไร? นาง...นางอยู่ขั้นแก่นทองช่วงปลายแล้วหรือ!”
“สวรรค์! มิน่าเล่านางถึงสังหารปีศาจอสูรได้ราวกับหั่นผัก ข้านึกว่านางมีเคล็ดวิชาลับเสียอีก ที่แท้นางแข็งแกร่งจริง ๆ!”
“ใช้เวลาแค่สามวันก็เลื่อนจากขั้นสร้างฐานช่วงต้นไปถึงขั้นแก่นทองช่วงปลายได้ แม้แต่มู่หรงจิ่นอัจฉริยะผู้นั้นยังทำไม่ได้เลย! นางเก่งกาจถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!”
“นี่คงเรียกว่าอัจฉริยะไม่ได้แล้วกระมัง? นี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ!”
แม้แต่สีหน้าของเคอหลินก็เปลี่ยนไปมาไม่หยุด ไป๋อิงจะพ่ายแพ้ให้หร่วนซินโหรวดังที่ฉินหัวเจินเหรินกล่าวไว้จริงหรือ?
ความเร็วในการเติบโตของนาง เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง!
เคอหลินเพียงชะงักไปชั่วขณะ ก็เห็นไป๋อิงใช้มืออีกข้างโจมตีหร่วนซินโหรวอย่างดุดันรวดเร็วดุจสายฟ้า ทั้งที่ยังรับการโจมตีของตนไว้ได้
“เจ้ากล้ารึ!” เคอหลินตวาดด้วยโทสะอีกครั้ง เสียงกึกก้องดุจฟ้าผ่า พลังมหาศาลพลันรวมตัวขึ้นในมือ ก่อนเขาจะฟาดใส่ไป๋อิงอย่างแรง
