ทันทีที่ได้จี้หยกมา ไป๋อิงก็รู้สึกว่าทั่วร่างเบาสบายขึ้น พลังกัดกร่อนที่เคยเกาะติดราวกับหนอนชอนไชกระดูก พลันหยุดลงในชั่วพริบตา ราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
พลังที่เคยอาละวาดไม่หยุดหย่อนเหล่านั้น บัดนี้ไม่อาจทำอันตรายนางได้แม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังสัมผัสได้อย่างปราดเปรียวว่า คล้ายตนได้เชื่อมสัมพันธ์อันน่าอัศจรรย์กับมิติลึกลับแห่งนี้ และกลายเป็นผู้ครอบครองที่นี่ไปแล้ว
ยามนี้ นางสามารถควบคุมพลังกัดกร่อนที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วมิติได้ตามใจ แปรเปลี่ยนมันเป็นอาวุธสังหาร เพื่อใช้โจมตีสิ่งมีชีวิตทุกชนิดภายในนี้
แววตาของไป๋อิงคมกริบราวสายฟ้า เพียงชั่วพริบตาก็จับจ้องผู้บำเพ็ญมังกรแท้ที่อยู่ไม่ไกล นางเล็งจี้หยกซึ่งเปล่งประกายประหลาดใส่เขาโดยไม่ลังเล แล้วรวมพลังกัดกร่อนทั้งหมดที่ควบคุมได้ให้พุ่งเข้าใส่ร่างเขา
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสียงกรีดร้องแสนทุกข์ทรมานก็ดังออกจากปากผู้บำเพ็ญมังกรแท้
พลังกัดกร่อนบนร่างเขาพลันเพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณ อานุภาพร้ายกาจกว่าเดิมนับไม่ถ้วน เพียงชั่วพริบตา เนื้อหนังบนผิวกายก็หลอมสลายไปอย่างรวดเร็วภายใต้พลังกัดกร่อนอันน่าสะพรึง กระทั่งหายไปจนหมดสิ้น แม้แต่กระดูกแข็งแกร่งก็ยังเต็มไปด้วยรอยร้าวถี่ยิบ ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
ทว่าเขาเป็นถึงผู้บำเพ็ญชั้นยอดในขั้นหลอมรวมกาย แม้บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ กลับยังไม่สิ้นใจ
“เจ้ารุ่นเยาว์ ใจคอโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้เชียวหรือ! ต่อให้ข้าตาย ก็จะไม่ยอมให้เจ้าสมหวัง ข้าจะลากเจ้าไปตายด้วยกัน!”
