“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ผู้คนในที่เกิดเหตุต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่ เดิมทีพวกเขาคิดว่าคนที่จะตายคือไป๋อิง แต่เหตุใดผู้ที่สิ้นชีพกลับเป็นผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงระดับปลายคนหนึ่งของพวกเขา?
“เจินเหรินฉินหัว ท่านกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? เหตุใดถึงโจมตีพวกเดียวกันเอง?”
สีหน้าของเจินเหรินฉินหัวพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาควบคุมค่ายกลสังหารแห่งนี้ไว้ในกำมืออย่างแน่นหนาแท้ ๆ! แต่เหตุใดคนที่เขาต้องการสังหารคือไป๋อิง ผู้ที่ตายกลับเป็นผู้บำเพ็ญฝ่ายพวกเขา?
เจินเหรินฉินหัวกัดฟันกล่าวว่า “เมื่อครู่อาจเป็นความผิดพลาดของข้า”
เขาเปิดใช้งานค่ายกลสังหารอีกครั้ง คราวนี้ตรวจสอบทุกขั้นตอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด จึงปล่อยการโจมตีออกไปอีกครั้ง
เสียง “ตูม!” ดังสนั่นขึ้นอีกครา
ทว่าคราวนี้ค่ายกลสังหารก็ยังไม่ได้โจมตีคนของสำนักหลิงเซียว กลับพุ่งใส่คนฝ่ายพวกเขาอีกเช่นเดิม
เพียงชั่วพริบตา ร่างของคนผู้นั้นก็กลายเป็นศพแห้งกรัง แม้แต่บนร่างยังหลงเหลือไอสีดำอันน่าสะพรึงกลัว ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้ค่ายกลสังหารยังจัดการผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพคนหนึ่ง
แม้ผู้บำเพ็ญผู้นี้จะอยู่เพียงขั้นแปรเทพระยะแรก แต่ก็เป็นผู้บำเพ็ญขั้นแปรเทพแล้ว!
ทว่า ยอดฝีมือผู้เป็นที่เคารพยำเกรงของผู้คนนับไม่ถ้วนในโลกภายนอก สามารถเรียกลมเรียกฝนได้ บัดนี้กลับสิ้นชีพลงต่อหน้าค่ายกลสังหารอย่างง่ายดาย เขาเปราะบางราวกับมดปลวก ไม่อาจต้านทานแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่ทันก่อระลอกคลื่นใด ไม่ทันได้ขัดขืนแม้สักนิด ก็ถูกค่ายกลสังหารเข่นฆ่าอย่างไร้ปรานีเช่นเดียวกับผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงก่อนหน้า
