โจวอิ่งทรุดกายลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตาว่างเปล่าราวกับวิญญาณถูกพรากไปจากร่าง มือทั้งสองข้างห้อยตกอยู่ข้างกาย ปลายนิ้วสั่นระริก นางไม่อยากเชื่อเลยว่าตนจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
พลังวิญญาณที่เคยเต็มเปี่ยมอยู่ในร่าง บัดนี้ถดถอยลงราวกระแสน้ำ แม้แต่ระลอกคลื่นเพียงน้อยนิดก็ยากจะสัมผัสได้อีก
เมื่อไร้รากวิญญาณ นางก็ไม่ต่างจากวิหคที่ปีกหัก กลายเป็นคนไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง หนทางเบื้องหน้าถูกความมืดมิดหนาทึบปกคลุม มองไม่เห็นแสงสว่างแม้แต่น้อย
ไม่ไกลนัก ไป๋ตี๋ บุตรสาวของนางก็ตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาไม่แพ้กัน ร่างไร้เรี่ยวแรงนอนคว่ำอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ เส้นผมยุ่งเหยิงแผ่สยายข้างแก้ม บดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เห็นเพียงดวงตาที่ปิดสนิทกับร่างที่สั่นระริก เผยให้เห็นความอับจนและน่าสงสาร
โจวอิ่งค่อย ๆ หันหน้าไป ดวงตาลุกโชนด้วยโทสะอันเกรี้ยวกราด ความอำมหิตแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรม พุ่งตรงไปยังไป๋อิง
ในชั่วขณะนี้ ความเกลียดชังที่นางมีต่อไป๋อิงพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
เดิมที วันนี้ควรเป็นช่วงเวลาอันเจิดจรัสและเปี่ยมสุขที่สุดในชีวิตของไป๋ตี๋
นางควรได้สวมอาภรณ์หรูหรา มีพลังวิญญาณโอบล้อมกาย เปล่งประกายเจิดจ้าอยู่ต่อหน้าฝูงชน รับสายตาชื่นชมและคำสรรเสริญจากทุกคน ก่อนเริ่มต้นชีวิตบทใหม่อันรุ่งโรจน์ตระการตา
แต่บัดนี้ ความจริงอันโหดร้ายกลับทุบทำลายภาพฝันอันงดงามจนแหลกสลาย ไม่เพียงความฝันของไป๋ตี๋จะพังทลาย แม้แต่นางเองก็ร่วงลงสู่หุบเหวแห่งหายนะ กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปด้วย
“ไป๋อิง!” โจวอิ่งคำรามจนเสียงแหบพร่า “เจ้าทำเรื่องชั่วช้าถึงเพียงนี้ในวันนี้ สวรรค์ย่อมไม่อาจให้อภัย เจ้าต้องได้รับผลกรรมแน่!”
