ทุกคนมองงูสีเงินที่ถูกฟันขาด พลันเข้าใจว่าเหตุใดไป๋อิงจึงกล่าวว่าคนโกงคือหัวมู่เจี้ยน
เพราะลานประลองแห่งนี้ห้ามใช้ของวิเศษและยันต์ ทว่าไม่ได้ห้ามนำสัตว์วิญญาณเข้ามา
หัวมู่เจี้ยนถึงกับพันงูสีเงินไว้รอบข้อมือ แล้วลอบพามันเข้ามา
เขาคิดจะปล่อยงูสีเงินที่ซ่อนไว้ตรงข้อมือออกมาตอนประลองกับไป๋อิง ลอบโจมตีนางในช่วงเวลาสำคัญ แล้วปลิดชีวิตนางด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวหรือ?
ไป๋อิงมองหัวมู่เจี้ยนจากเบื้องสูง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา แววตาของนางเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง ราวกับมองทะลุความหวาดกลัวและความลนลานในใจเขาได้ “มีแต่คนโกงเท่านั้นที่คิดว่าคนอื่นก็โกงเหมือนตนเอง น่าเสียดายที่ข้าไม่ใช่เจ้า ข้าไม่มีวันต่ำช้าเช่นนั้น” น้ำเสียงของนางใสกระจ่างแต่เย็นชา ทุกถ้อยคำดังก้องไปทั่วลานประลอง แต่ละคำราวกับค้อนหนักทุบลงกลางใจหัวมู่เจี้ยนอย่างจัง
ฝูงชนรอบข้างพลันแตกฮือ คนที่ก่อนหน้านี้ยังเยาะเย้ยไป๋อิง ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงพลิกผันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังหัวมู่เจี้ยน เต็มไปด้วยความดูแคลนและรังเกียจ
“ที่แท้ก็เป็นพวกโจรตะโกนจับโจร! ตระกูลหัวของพวกเจ้าควบคุมสัตว์อสูรได้ เจ้าถึงได้พาสัตว์อสูรเข้ามาด้วย แต่ไป๋อิงไม่ใช่คนตระกูลหัวของพวกเจ้าเสียหน่อย!”
