เหล่าผู้บำเพ็ญที่มุงดูอยู่รอบด้านเริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นทีละน้อย จู่ ๆ ก็มีคนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ “นี่... นี่มิใช่ควันกลืนกินวิญญาณหมื่นกู่ วิชาต้องห้ามของสำนักหมื่นพิษหรอกหรือ?”
“อะไรนะ? ก็คือสิ่งที่เล่าลือกันว่า...” ผู้บำเพ็ญหนุ่มข้างกายยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกชายชราผมขาวผู้หนึ่งขัดขึ้น
ชายชราชี้ไปยังขวดหยกด้วยมือสั่นเทา “สิ่งนี้ต้องใช้เลือดเนื้อของญาติสนิทเป็นสื่อ ผู้ใดถูกเข้า วิญญาณจะแตกสลาย มิอาจกลับมาเกิดใหม่ได้ชั่วกัปชั่วกัลป์!” ดวงตาขุ่นมัวของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเซียนไป๋ผู้นั้น คือมารดาผู้ให้กำเนิดนางเชียวนะ!”
ฝูงชนพลันแตกฮือ
“ขนาดเสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง นี่...”
“มิน่าเล่า เซียนไป๋ถึงได้จงใจตามนางมาเผชิญหน้ากัน!”
“ถึงกับหลอมสิ่งชั่วร้ายเช่นนี้ใส่สายเลือดแท้ ๆ ของตน ช่างไร้คุณธรรมสิ้นดี!”
นิ้วมือของฮูหยินเซี่ยสั่นระริก ริมฝีปากซีดเผือดไร้สีเลือด
นางถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว สายตาของเหล่าผู้บำเพ็ญรอบด้านราวกับศรอาบพิษ พุ่งเข้าใส่นางทีละดอก
เสียงกระซิบกระซาบเหล่านั้นประหนึ่งมีดสั้นคมกริบนับไม่ถ้วน ค่อย ๆ กรีดลอกหน้ากากที่นางอุตส่าห์ประคับประคองมาออกทีละชั้น
“เจ้า...” นิ้วมือที่แต้มชาดของนางกำสาบเสื้อไว้แน่นจนเนื้อผ้ายับย่นอยู่ในมือ “กล้าทำได้อย่างไร...?” เสียงของนางสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง ยังเหลือมาดสง่างามเช่นวันวานอยู่ที่ใดอีก?
