หร่วนซินโหรวฟังเสียงผู้คนเหล่านั้นพูดคุยกัน จนลมหายใจพลอยหนักหน่วงขึ้นมา
ดีเหลือเกิน ในที่สุดไป๋อิงก็จะตายแล้ว
แถมยังต้องมาตายในเงื้อมมือของสิ่งน่าขยะแขยงเช่นนี้อีก
ดวงตาของนางเป็นประกาย ใบหน้าเปี่ยมสุขถึงขีดสุด
ถึงขั้นจินตนาการภาพไป๋อิงถูกเจ้าสิ่งน่าขยะแขยงนั่นย่ำยีได้แล้ว
คางคกตัวนั้นแลบลิ้นออกมาทันที มุ่งไปยังจุดที่ไป๋อิงยืนอยู่ หมายจะเลียใบหน้าของสาวงามผู้นี้
ทุกคนต่างไม่กล้ามองภาพตรงหน้า
พวกเขาทอดถอนใจ แม้ค่ายกลของไป๋อิงจะยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง นางก็อาศัยความเชี่ยวชาญในค่ายกลขั้นสูง สังหารคู่ต่อสู้ทั้งหมดในงานชุมนุมยอดอัจฉริยะร้อยปี
แต่ตอนนี้นางไม่มีเวลาวางค่ายกลเลย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจคางคกที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ก็มีเพียงชะตาต้องตายอย่างอนาถเท่านั้น
เฮ้อ
ใครใช้ให้นางกล้าไปล่วงเกินคนของสำนักเสวียนหยางเล่า นี่ต่างอะไรกับรนหาที่ตาย?
ทว่า สิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดก็คือ ในชั่วขณะที่ลิ้นเหนียวเหนอะหนะและเต็มไปด้วยปุ่มหนามกำลังจะแตะต้องไป๋อิง ร่างของนางพลันไหววูบราวภูตผี ด้วยความรวดเร็วจนผู้คนไม่ทันกะพริบตา นางชักกระบี่วิเศษที่ผนึกพลังอันยิ่งใหญ่ไว้บนหลังออกมาอย่างฉับพลัน
คางคกตัวมหึมาเห็นภาพนี้ก็แสยะปากกว้าง เผยเขี้ยวแดงฉาน พร้อมส่งเสียงหัวเราะแหบพร่า ในสายตาของมัน ไป๋อิงคิดจะใช้เพียงกระบี่เล่มเดียวมาต่อกรกับมัน ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียเลย ลิ้นของมันผ่านการขัดเกลามานับไม่ถ้วนปี แข็งแกร่งกว่ากระบี่วิเศษใดในใต้หล้า ทั้งยังทะลวงหินผาและฉีกกระชากทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย
