ยามนี้ เหล่าคนจากสำนักหลิงอิ่นตื่นเต้นยินดีจนแทบทะยานทะลุฟ้า ต่างโห่ร้องยินดี ความภาคภูมิใจเอ่อล้นออกมาจนแทบปิดไม่มิด
“ข้าก็มั่นใจตั้งแต่แรกแล้ว ขอเพียงไป๋อิงลงมือ นางย่อมคว้าอันดับหนึ่งได้แน่นอน! ดูสิ ข้าไม่ได้พูดเหลวไหลใช่หรือไม่!”
ศิษย์สำนักหลิงอิ่นผู้เคยถูกฝูงชนเย้ยหยัน หน้าแดงก่ำ ตะเบ็งเสียงตะโกนจนสุดกำลัง น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ทุกถ้อยคำเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจในศิษย์ร่วมสำนักของตน
“นั่นสิ! ก่อนหน้านี้ยังมีคนพูดว่าไป๋อิงโอหัง หึ นางมีฝีมือถึงเพียงนี้ ความโอหังนั้นก็เรียกว่าความมั่นใจ! หากเก่งจริง เจ้าก็แสดงความสามารถเช่นนี้ออกมาสิ!” ศิษย์อีกคนกอดอก สีหน้าภาคภูมิใจ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลนผู้ที่เคยสงสัย บัดนี้ไป๋อิงใช้ฝีมือตบหน้าคนเหล่านั้นอย่างจัง ทำให้พวกเขาชาวสำนักหลิงอิ่นได้เชิดหน้าชูตาไปด้วย
เวลานี้ คนที่เคยสงสัยและดูแคลนไป๋อิงต่างหน้าแดงสลับซีด สีหน้าอับอายอย่างยิ่ง
ถึงกระนั้นพวกเขาก็ใจกว้าง ไม่นานก็มีคนหนึ่งเดินออกมาอย่างเปิดเผย มาหยุดตรงหน้าไป๋อิงแล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงใจว่า “ขออภัยจริง ๆ ข้าตาถั่วเอง มองเจ้าต่ำเกินไป”
ขณะกล่าว เขาเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและเคารพ เมื่อมองไป๋อิงก็อดรู้สึกละอายแก่ใจมิได้
เมื่อต้องเผชิญกับพลังอันเหนือชั้น เขาไม่คิดเลยว่าการเอ่ยขอโทษก่อนจะทำให้เสียหน้า กลับยินดีที่ตระหนักถึงความผิดของตนได้ทันเวลา
แม้แต่คนที่เคยคลั่งไคล้ไป๋ตี๋จนแทบหมอบกราบ บัดนี้ก็หันไปเข้าข้างอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล
