“เป็น...เป็นมังกรดินเกล็ดดำขั้นหยวนอิงตอนปลาย!” เว่ยจี้กรีดร้องจนเสียงเพี้ยน
ร่างมหึมาค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เกล็ดเกราะสีดำสนิทปกคลุมทั่วร่างใหญ่โตประหนึ่งขุนเขา เกล็ดแต่ละแผ่นเปล่งประกายเย็นเยียบราวโลหะ
มันอ้าปากพ่นลมหายใจเหม็นคาว เผยเขี้ยวคมเรียงสลับราวคมดาบ น้ำลายเหนียวข้นหยดลงบนหิน ผุกร่อนจนเกิดหลุมลึกพร้อมเสียงซู่ซ่าในพริบตา
เรือเหาะสั่นไหวอย่างรุนแรง ม่านพลังกั้นป้องกันส่งเสียง “กร๊อบ” ชวนให้เสียวฟัน รอยร้าวดุจใยแมงมุมแผ่ขยายไปทั่วม่านแสงอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของทุกคนซีดเผือดราวกระดาษ แม้แต่ลมหายใจก็แทบหยุดชะงัก
มังกรดินเกล็ดดำทั้งหกตัวนี้ แม้พลังบำเพ็ญของแต่ละตัวจะเทียบเท่าไป๋อิง อยู่ในขั้นหยวนอิงตอนปลายเช่นกัน ทว่าปีศาจอสูรมีร่างกายแข็งแกร่งโดยกำเนิด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกมันปรากฏตัวพร้อมกันเป็นฝูง!
เกล็ดสีดำสนิทเปล่งประกายเย็นเยียบอยู่ในหุบเขาอันมืดมิด ดวงตาตั้งสีแดงฉานหกคู่ดุจโคมไฟเรียกวิญญาณสิบสองดวง ล้อมเรือเหาะไว้ทุกด้าน
ที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าคือ ผนังหินไกลออกไปยังสั่นสะเทือนดังกรอบแกรบ เห็นได้ชัดว่ายังมีมังกรดินอีกมากกำลังมุ่งหน้ามา
“จบสิ้นแล้ว...” ศิษย์คนหนึ่งทรุดลงกับพื้น กระบี่ยาวในมือร่วงกระทบพื้นดังเคร้ง
มังกรดินเกล็ดดำมีมากมายถึงเพียงนี้ อย่าว่าแต่เรือเหาะของพวกเขาเลย ต่อให้ประมุขสำนักมาด้วย เกรงว่าก็คงต้องมาสิ้นชีพอยู่ที่นี่
