แม้โจวอิ่งจะรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง แต่นางไม่เคยเสียใจเลย ซ้ำยังโยนความผิดที่ตนทำเรื่องนี้ลงบนไป๋อิงอีกด้วย
หากไป๋อิงไม่ดึงดันปรากฏตัวในเวลานี้ เสี่ยวตี๋ก็คงได้เป็นที่หนึ่งไปแล้ว
โจวอิ่งปลอบใจตนเองว่า ไป๋อิงสมควรได้รับบทเรียนเสียบ้างที่เอาแต่แย่งชิงกับน้องสาวอยู่เสมอ
ส่วนไป๋อิงกวาดสายตามองคนกลุ่มตรงหน้าอย่างเย็นชา ทุกการกระทำของพวกเขาในสายตานางไม่ต่างจากละครฉากหนึ่งที่แสนต่ำช้า
มองการแสดงเกินจริงของคนเหล่านั้นแล้ว ไป๋อิงก็รู้สึกเพียงว่าน่าขันเหลือเกิน
นางคิดว่า หากเป็นเด็กคนหนึ่งที่เฝ้าปรารถนาความรักจากบิดามารดาอย่างสุดหัวใจ และหมายมั่นจะแย่งชิงความรักจากพวกเขากับไป๋ตี๋ เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าเช่นนี้...
บิดามารดาผู้ให้กำเนิดทอดทิ้งตนอย่างไม่ลังเล ใส่ร้ายตนด้วยวิธีไร้ยางอาย ซ้ำยังคิดยกเกียรติยศที่เดิมทีเป็นของตนให้แก่น้องสาวบุญธรรม เด็กคนนั้นจะทุกข์ทรมานเพียงใด หัวใจคงแตกสลายไปแล้วกระมัง
ถูกบิดามารดาผู้ให้กำเนิดปฏิบัติอย่างโหดร้ายเช่นนี้ นางอาจรู้สึกว่าโลกทั้งใบพังทลายลง และตกสู่ห้วงมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด
หรือบางที นางอาจจมอยู่กับความสงสัยในตนเอง คอยทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนทำผิดมหันต์อะไรไป จึงถูกบิดามารดารังเกียจอย่างเด็ดขาดถึงเพียงนี้
