เยี่ยเยี่ยนจินไม่คิดเลยว่าหวังเมี่ยวเมี่ยวจะอดทนได้ถึงเพียงนี้ บาดเจ็บหนักถึงขนาดนี้แล้ว นางก็ยังไม่ยอมส่งเสียงแม้แต่น้อยเพื่อปลุกไป๋อิงให้ตื่น ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบถลน ราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ภายใน
ช่างเถิด อย่างไรนางก็เป็นเพียงตัวประกอบเล็กจ้อยที่ไม่สลักสำคัญ ฆ่าเสียก็สิ้นเรื่อง
ต่อให้ไป๋อิงรักษาบาดแผลจนหายแล้วจะอย่างไร? สุดท้ายก็ยังถูกเขาทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวอยู่ที่นี่มิใช่หรือ?
เขาจะรอไป๋อิงอยู่ที่นี่
ขอเพียงไป๋อิงฟื้นขึ้นมา นางก็ต้องตายอยู่ดี!
แววโหดเหี้ยมวาบผ่านดวงตาของเยี่ยเยี่ยนจิน
“เจ้าชื่อหวังเมี่ยวเมี่ยวใช่หรือไม่? ดี ข้าจำเจ้าไว้แล้ว! ในเมื่อเจ้ามีความกล้านัก ข้าก็จะทรมานเจ้าให้ตายเดี๋ยวนี้!”
เขาเค้นถ้อยคำออกมาจากไรฟันด้วยความอำมหิต ทุกคำประหนึ่งห่อหุ้มคมมีดเย็นเยียบไว้
สิ้นเสียง พลังวิญญาณรอบกายเขาก็ปั่นป่วน มือพลันยกขึ้น ฝ่ามือมีพลังวิญญาณสีดำควบรวมอย่างรวดเร็วราวกับวังวน ชั่วพริบตาก็ก่อเป็นหลุมวนพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัว
ฝ่ามือที่แฝงด้วยเจตนาร้ายไร้สิ้นสุดและพลังอันแข็งแกร่งนั้นแหวกสายลมดังวูบ ราวกับดาวตกสีดำที่ร่วงหล่น พุ่งเข้าใส่ตำแหน่งที่หวังเมี่ยวเมี่ยวอยู่ด้วยความเร็วปานสายฟ้า
แววสิ้นหวังวาบผ่านดวงตาของหวังเมี่ยวเมี่ยว
นางรู้ดีว่าร่างกายไม่อาจรับการโจมตีใด ๆ ได้อีกแล้ว
นางต้องตายแน่
ทว่าในใจยังคงเจ็บปวดและอาลัยอยู่บ้าง
นางยังไม่ได้รับของขวัญจากพี่ชายเลย...
ก่อนหน้านี้ไม่นาน พี่ชายเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นทอง เขาดีใจอย่างยิ่งและบอกว่าจะมอบของขวัญที่ดีที่สุดให้นาง
