กัวหลินเทียนไม่เคยพบเห็นอัสนีบาตที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน
ท้องฟ้าราวกับถูกมือยักษ์ไร้รูปร่างฉีกกระชาก เมฆดำทะมึนพลุ่งพล่านม้วนตัวรวมกันดุจคลื่นยักษ์
อัสนีบาตสายนั้นพุ่งมาอย่างดุดัน รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า เพียงพริบตาก็ฟาดลงมาตรงหน้า เสียงดังสนั่นราวฟ้าถล่มดินทลาย ของวิเศษที่กัวหลินเทียนภาคภูมิใจนักหนาในมือ กลับแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ในชั่วพริบตา ภายใต้อานุภาพอัสนีอันน่าสะพรึงกลัว
ทว่าอัสนีบาตกลับไม่อ่อนกำลังลงแม้แต่น้อย คลื่นความร้อนถาโถมตามมา ดุจสัตว์ร้ายบรรพกาลดุร้ายตัวหนึ่ง พุ่งตรงเข้าหามือของกัวหลินเทียน
ชั่วขณะนั้น อากาศส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ กลิ่นไหม้ฉุนกึกแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว กัวหลินเทียนรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นมาจากมือ ราวกับเข็มเหล็กนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเข้าไปในไขกระดูกพร้อมกัน ทั้งคล้ายมดนับล้านกำลังกัดกินเส้นประสาท
มือทั้งข้างของเขาดำเกรียมลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวหนังแตกระแหงอย่างรวดเร็วราวผืนดินแห้งแล้ง ก่อนจะหลุดลอกออกทีละชิ้น ไม่นานกระดูกสีขาวก็เผยออกมา
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องอันรวดร้าวของกัวหลินเทียนกรีดผ่านนภา เขาถูกอัสนีบาตฟาดจนร่างสั่นสะท้าน ขาทั้งสองอ่อนยวบ แทบทรุดลงกับพื้น
ร่างกายของเขากระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งกระตุก เหงื่อเย็นไหลพรั่งพรูจากหน้าผากราวสายฝนจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม
