ขณะนี้ ภายในค่ายกลใหญ่เสียงกรีดร้องดังระงมไม่ขาดสาย นอกจากผู้บำเพ็ญไม่กี่คนที่มีระดับฝึกตนสูงพอจะต้านทานอย่างยากลำบากแล้ว ที่เหลือล้วนตายสิ้น!
ผู้บำเพ็ญมากมายในค่ายกลแห่งนี้กลับกลายเป็นศพทั้งหมดภายในเวลาเพียงชั่วครู่ กระทั่งค่ายกลใหญ่ยังดูดซับไม่ทัน
ผมสีเงินของไป๋อิงปลิวสยาย สายฟ้าสีม่วงดำโอบล้อมรอบกาย ราวกับมารเทพจุติลงมา
ดวงตาเย็นเยียบกวาดมองผู้รอดชีวิตที่กำลังร่อแร่ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน
ก่อนหน้านี้คนเหล่านี้ยังวางอำนาจบาตรใหญ่ บัดนี้กลับหนีหัวซุกหัวซุนราวสุนัขไร้เจ้าของ ทั่วร่างเปรอะเปื้อนคราบเลือด ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
ไป๋อิงเบื่อหน่ายเกมไล่ล่าดั่งแมวจับหนูนี้มานานแล้ว จิตสังหารแผ่ซ่านรอบกายจนจับต้องได้
นางโบกมือเบา ๆ พลันมีเสียงฟ้าร้องกึกก้องขึ้นกลางอากาศ เหล่าผู้บำเพ็ญที่ยังมีชีวิตรับรู้ถึงเจตนาของนาง ต่างพากันเรียกของวิเศษป้องกันออกมา
ชั่วขณะหนึ่ง แสงหลากสีส่องวูบวาบทั่วค่ายกล ทว่ากลับบดบังความเศร้าสิ้นหวังในแววตาพวกเขาไม่ได้
ในจังหวะคับขันนั้นเอง เสียงแหบพร่าที่แฝงแรงชักจูงพลันดังขึ้นว่า
“ทุกคนอย่ากลัวนาง! ค่ายกลใหญ่ของนางคงอยู่ได้อีกไม่นาน! เมื่อครู่ข้าสัมผัสตรวจสอบแล้ว ค่ายกลนี้อย่างมากก็ยื้อได้อีกสามวัน ทุกท่านร่วมมือกับข้าต้านทานไว้ ขอเพียงพวกเรายืนหยัดต่อไปได้ ก็จะรอดออกไป!”
ผู้ที่ตะโกนเป็นผู้บำเพ็ญชุดดำคนหนึ่ง ใบหน้าซีดขาว มุมปากยังมีคราบเลือด ทว่าเขาฝืนลุกขึ้นยืนได้
ไป๋อิงเลิกคิ้วเล็กน้อย แววประหลาดใจวาบผ่านดวงตา นางไม่คิดเลยว่าความลับของค่ายกลใหญ่จะถูกคนล่วงรู้
คำพูดของผู้บำเพ็ญชุดดำราวกับฉีดยาบำรุงหัวใจให้คนใกล้ตาย ฝูงชนกลับมามีความหวังอีกครั้ง ต่างดิ้นรนต้านทานสุดกำลัง
