ไม่มีใครคาดคิดว่าเซี่ยชิงไต้จะกล้ารับคำท้าจริง ๆ ทุกคนเบิกตากว้างขึ้นในชั่วพริบตา
“บัดซบ เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ? รีบคุกเข่าขอโทษเซียนฉู่เดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!”
เซี่ยหมิงเต๋อแทบคลุ้มคลั่ง
นางช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียจริง
บุคคลเช่นฉู่อู๋เฉินใช่คนที่นางจะไปล่วงเกินได้หรือ? กล้าขึ้นไปประลองได้อย่างไร!
แม้แต่เซียวอวิ๋นหลานที่อยู่ขั้นหยวนอิงระดับกลางก็ยังไม่ใช่คู่มือของฉู่อู๋เฉิน
การต่อสู้ของสัตว์ประหลาดระดับนี้ พวกปุถุชนอย่างพวกเขาจะกล้าเข้าไปสอดมือได้อย่างไร!
“เจ้าคนเนรคุณ! เจ้าเด็กเนรคุณ!” เขาคำรามจนเสียงแหบพร่า แปร่งเปลี่ยนไป “ยังไม่รีบคุกเข่าขอขมาเซียนฉู่อีก!”
เหล่าปุถุชนรอบข้างต่างพากันถอยหนี กลัวจะถูกลูกหลง ยามนี้เซี่ยหมิงเต๋อไม่สนใจภาพลักษณ์อันใดอีก เขาซวนเซพุ่งไปข้างหน้าสองสามก้าว แต่ถูกคนข้างกายคว้าตัวไว้แน่น
“พี่เซี่ย อย่าทำเช่นนั้น!” คนผู้นั้นตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ “นั่นเป็นการต่อสู้ของเซียน...”
เซี่ยหมิงเต๋อไม่ฟังคำใดทั้งสิ้น เขาตะโกนใส่เซี่ยชิงไต้ราวกับคนเสียสติ “เจ้านับเป็นตัวอะไร? แม้แต่ประตูแห่งการบำเพ็ญเซียนก็ยังไม่เคยก้าวเข้าไป กล้าขึ้นไปได้อย่างไร! ยังไม่รีบไสหัวลงมาอีก!”
ตอนนี้เขาเสียใจจนแทบอยากกัดลิ้นตนเอง หากรู้แต่แรก วันนั้นเขาควรบีบคอภัยพิบัตินี้ให้ตายด้วยมือตนเอง!
เมื่อเห็นไป๋อิงไม่ขยับเขยื้อนเสียที ทั้งยังไม่สนใจตนโดยสิ้นเชิง เขาก็วิ่งตรงไปคุกเข่าต่อหน้าฉู่อู๋เฉินเสียเลย “เซียนท่านนี้ เซี่ยชิงไต้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับตระกูลเซี่ยของข้ามานานแล้ว ท่านอยากฆ่าก็ฆ่านางเถิด สิ่งที่นางทำไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ยของข้า”
