ภายในถ้ำ พลังวิญญาณอันเข้มข้นราวกับจับต้องได้ แผ่กระจายและพลุ่งพล่านดุจเมฆหมอก
ท่ามกลางพลังวิญญาณที่อบอวล กลิ่นหอมของโอสถก็ลอยฟุ้งเป็นสาย
ทว่าเมื่อได้กลิ่นหอมของยา ไป๋อิงกลับเห็นว่าผิวพรรณของตนเหี่ยวย่นลงยิ่งกว่าเดิม
นางเฝ้ามองผิวพรรณที่เคยงดงามอ่อนเยาว์ของตนเหี่ยวย่นลงด้วยความเร็วที่เห็นได้ชัด ทุกครั้งที่สูดกลิ่นหอมเข้าไป ราวกับมีพลังไร้รูปสายหนึ่งสูบเลือดเนื้อในร่างนางออกไป จนค่อย ๆ เหี่ยวเฉา
ไป๋อิงตระหนักได้ว่าทุกสิ่งในที่แห่งนี้ผิดปกติอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโอสถเหล่านี้
นางจึงกลั้นลมหายใจทันทีโดยไม่ลังเล พยายามขัดขวางไม่ให้กลิ่นหอมของยาแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายต่อไป
ใครจะคิดว่ากลิ่นหอมของยานี้กลับคล้ายมีชีวิต แทรกซึมได้ทุกช่องทาง แม้ไป๋อิงจะกลั้นหายใจแน่น กลิ่นประหลาดนั้นก็ยังซึมผ่านผิวหนังของนางเข้าไปในร่างอย่างไม่ขาดสาย
ไม่นานผิวพรรณของไป๋อิงก็เหี่ยวย่นลงอย่างหนัก ร่างทั้งร่างผอมจนเหลือแต่กระดูก ราวกับเหลือเพียงหนังเหี่ยวย่นชั้นหนึ่งแนบติดอยู่กับโครงกระดูก ภาพที่เห็นชวนให้ขวัญผวายิ่งนัก
ในเวลาเดียวกัน ไป๋อิงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายกำลังอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว พลังในกายไหลหายไปไม่หยุด นางลอบยินดีอยู่ในใจว่าโชคดีที่ก่อนหน้านี้กินผลไม้วิญญาณเข้าไป จึงช่วยประคับประคองร่างกายไว้ได้บ้าง มิฉะนั้น หากเลือดเนื้อสูญสลายด้วยความเร็วเช่นนี้ ป่านนี้นางคงกลายเป็นเถ้าผงไปแล้ว
ในยามคับขันถึงชีวิต ไป๋อิงลนลานค้นหาของในถุงเก็บของ ในที่สุดก็คลำเจอผลไม้สีเขียวที่เก็บมาก่อนหน้านี้ นางสั่นเทาพลางโยนผลไม้เข้าปาก ทันใดนั้นพลังอันอบอุ่นสายหนึ่งก็พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ผิวที่แห้งเหี่ยวและหดตัวกลับคืนสู่ความยืดหยุ่นอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตที่สูญเสียไปก็ค่อย ๆ ฟื้นคืน ร่างทั้งร่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
