หยางอันฉีพยายามมองหาความตื่นตระหนกสักเสี้ยวหนึ่งในแววตาของไป๋อิง
นางอยากเห็นคนผู้นี้แสดงสีหน้าหวาดกลัวเหลือเกิน
ก่อนหน้านี้ แววตาของไป๋อิงมักหยิ่งผยองอยู่เสมอ ต่อให้พบเจอผู้คนหรือสิ่งของที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง สีหน้าของนางก็ยังคงเรียบเฉย
ยามมองมาที่หยางอันฉี แววตาก็มักแฝงความดูแคลนอยู่เสมอ
หยางอันฉีเกลียดชังแววตาเช่นนั้นของนางเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้เพียงในป่าผืนนี้ก็มีผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงอยู่เจ็ดถึงแปดคนแล้ว ในจำนวนนั้นมีถึงห้าคนที่อยู่ขั้นหยวนอิงช่วงปลาย
ถึงไป๋อิงจะอยู่ขั้นหยวนอิงช่วงต้นแล้วอย่างไรเล่า?
สุดท้ายนางก็ต้องตายอยู่ที่นี่มิใช่หรือ?
แม้ทั้งสำนักหลิงอิ่นจะวางค่ายกลใหญ่เอาไว้ ห้ามผู้มีระดับบำเพ็ญสูงกว่าขั้นแปรเทพเข้ามาในเขตของพวกเขาโดยง่าย แต่แค่จัดการไป๋อิงคนเดียว ผู้บำเพ็ญขั้นหยวนอิงก็เพียงพอแล้ว
หยางอันฉีเฝ้ารอจะได้เห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของไป๋อิง ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ แม้สถานการณ์จะเป็นเช่นนี้แล้ว
ใบหน้าของไป๋อิงก็ยังไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แม้แต่น้อย กระทั่งแววตาที่นางมองหยางอันฉีก็ยังคงมีความดูแคลนอันน่าชิงชังเช่นเดิม!
“ไป๋อิง!”
หยางอันฉีตะโกนใส่นาง “อย่าคิดว่าตัวเองเก่งกาจนัก เพียงเพราะได้รับความชื่นชมจากผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่น ๆ ข้าจะบอกให้ ตอนนี้เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน!
