ไป๋อิงจะรู้ได้อย่างไร?
หร่วนซินโหรวถึงกับพูดไม่ออกอยู่ชั่วขณะ
นางอัดอั้นอยู่นานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง “เจ้าพูดเหลวไหล!”
ไป๋อิงยกเท้าขึ้น ก้าวเข้าหานางทีละก้าวด้วยท่าทีคุกคาม
“เช่นนั้นเจ้าก็พูดมาสิว่าเหตุใดเซียวอวี้ถึงกลายเป็นมังกรแดงได้?
ค่ายกลที่เซียวอวี้อยู่เมื่อครู่ ศิษย์พี่สี่ของข้า เหยียนชื่อหลิง เป็นคนวางด้วยตนเองใช่หรือไม่? มีเพียงเขาคนเดียวที่สร้างค่ายกลมายาเช่นนี้ได้ ก่อนหน้านี้เจ้าก็เคยร่วมมือกับเขาจัดการข้า ตอนนี้ยังคิดจะใช้กลเดิมซ้ำอีกหรือ?”
ประมุขสำนักฮวาหยางตวาดลั่น “ไป๋อิง อย่าใส่ร้ายผู้อื่น!”
เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของหร่วนซินโหรว และสำนักฮวาหยางทั้งสำนัก เขาไม่มีทางยอมให้ไป๋อิงพูดจาเหลวไหลอยู่ที่นี่เด็ดขาด
บัดนี้เซียวอวี้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว ไป๋อิงกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าคงไม่มีทางให้ทั้งสองแต่งงานกันได้อีก ประมุขสำนักฮวาหยางจึงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อแล้ว
ทว่าไป๋อิงกลับกล่าวว่า “ข้าใส่ร้ายจริงหรือ? ข้าจำได้ว่าเวลานั้นเซียวอวี้เป็นคนเอ่ยปากชวนข้าไปป่าชื่อสุ่ยเพื่อร่วมมือกันจัดการมังกรแดงนี่นา!”
ระหว่างพูด ไป๋อิงก็นำยันต์สื่อสารของตนออกมา แล้วเปิดเสียงคำพูดช่วงนั้นให้ทุกคนฟังอีกครั้ง
ในยันต์สื่อสาร เซียวอวี้ชวนไป๋อิงจริง ๆ
เซียวอวี้เงยหน้าขึ้น มองนางอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนกล่าวอย่างร้อนรน “ข้าไม่เคยพูดคำพูดพวกนั้น!”
ไป๋อิงเหลือบมองเขา “แน่นอนว่าเจ้าไม่เคยพูด ข้าคิดว่านี่คงเป็นกับดักที่หร่วนซินโหรววางไว้ให้ข้า แต่ตอนนั้นข้าคิดว่าการจัดการมังกรแดงต้องใช้ยันต์เร่งความเร็ว จึงติดต่อเซียวอวี้อีกครั้ง หร่วนซินโหรวคิดคำนวณไว้สารพัด นึกว่าข้าจะเข้าไปในค่ายกลใหญ่นั่น แต่คงไม่คิดว่าคนที่เข้าไปจะเป็นเซียวอวี้!
