ตัดใจสิ้นรัก ทั้งสำนักอกแตกสลาย

ตอนที่ 1 พิธีวิวาห์

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ไป๋อิงมองเงาตัวเองในกระจก ร่างผอมบางถูกกลบด้วยชุดวิวาห์กว้างใหญ่ ใบหน้าเล็กซีดเผือดทาแป้งไข่มุกของเงือกสมุทร เปล่งประกายขาวนวลดุจหยก นางเม้มริมฝีปากลงบนกระดาษแต่งแต้มสีแดงชาด ขบเม้มอย่างหนักแน่น ริมฝีปากใต้แสงเทียนวิวาห์จึงมีประกายเย้ายวนชวนมอง

“ลู่หลิง ข้าแต่งแบบนี้ดูดีไหม” ไป๋อิงเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ

ลู่หลิงปักปิ่นหงส์สุดท้ายลงบนมวยผมของไป๋อิง แสร้งร่าเริงตอบว่า “แน่นอน ท่าน... เทพธิดาขาว แต่งเช่นนี้ งดงามยิ่งแล้ว”

“งามก็ดี” ไป๋อิงถอนหายใจโล่งอก “เช่นนี้ก็ไม่ทำให้เซียวอวี้ขายหน้า”

ได้ยินดังนั้น แววตาลู่หลิงวาบแวบด้วยความเวทนา นางอยากเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็กล้ำกลืนไว้

“เทพธิดา เวลาใกล้ถึงแล้ว” ลู่หลิงหลับตาลง เห็นว่าไม่อาจถ่วงเวลาได้อีก จึงกล่าว “ข้าช่วยเทพธิดาคลุมผ้าคลุมหน้าสีแดงเถิดนะ”

ใบหน้าของไป๋อิงแดงซ่านในบัดดล นางพยักหน้า ปล่อยให้ภูตศาสตรา—ลู่หลิง ซึ่งนางสร้างขึ้นด้วยมือตนเอง คลุมผ้าสีแดงโลหิตลงบนศีรษะนาง

วันนี้เป็นพิธีร่วมบำเพ็ญคู่ของนางกับเซียวอวี้ ส่วนลู่หลิงคือภูตศาสตราที่สิงสถิตในศาสตราวิเศษซึ่งนางหลอมขึ้น

ศาสตราวิเศษนี้ ไป๋อิงต้องออกเดินทางไปเขาสูงเสียดฟ้าเพียงลำพัง สังหารเสือดาวรัตติกาล ควักเอาผลึกแก้วมาหลอม ใช้เวลา 81 วันเต็มจึงสำเร็จ เพื่อสิ่งนี้นางบาดเจ็บสาหัส แทบสิ้นชีวิตอยู่ที่นั่น

แม้ขั้นตอนการหลอมศาสตราจะเสี่ยงอันตรายถึงเพียงนั้น แต่ไป๋อิงคิดว่ามีแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นจึงคู่ควรกับคนผู้นั้น...

วันที่หลอมสำเร็จ นางนัดเซียวอวี้พบกันที่ยอดเขาหยกมวลบุปผา รวบรวมความกล้า ใช้ศาสตราวิเศษเป็นสัญญา ขอให้เซียวอวี้แต่งงานกับนาง

แสงจันทร์ไร้ขอบเขต ณ ชั่วขณะนั้น รอบกายทั้งสอง เหลือเพียงเสียงลม

ไม่รู้ผ่านไปนานเพียงใด ขณะที่ไป๋อิงใจสลายหมายจะจากไป เซียวอวี้ก็คว้าศาสตราวิเศษที่นางยื่นให้ไว้

“ข้าตกลง พิธีร่วมบำเพ็ญคู่กำหนดวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 9 อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเจ้ายอมมอบศาสตราวิเศษที่หลอมให้ข้า เช่นนั้นพิธีร่วมบำเพ็ญคู่ก็ให้ข้าจัดการเถิด ตกลงไหม อิงเอ๋อร์”

“ตกลง”

ไป๋อิงให้สัญญา

นางเป็นเด็กกำพร้าจากสงครามในโลกมนุษย์ ภายหลังอาจารย์ฉินหัวเก็บกลับสำนัก กลายเป็นศิษย์ลำดับห้าแห่งยอดเขาไม้ไผ่เขียวแห่งสำนักฮวาหยาง

ไป๋อิงเชี่ยวชาญการหลอมศาสตรา ยามปกติการออกไปฝึกฝนของศิษย์พี่น้อง การแข่งขันใหญ่ของสำนัก ล้วนเป็นนางดูแลจัดการ สำหรับไป๋อิง อาจารย์และศิษย์พี่น้องล้วนเป็นครอบครัวของนาง นางเคยคิดว่าชีวิตจะดำเนินไปอย่างสงบราบรื่นเช่นนี้

จนกระทั่งวันหนึ่ง อาจารย์พาศิษย์น้องเล็กหร่วนซินโหรวลงจากเขา

ไป๋อิงรู้ว่านางมีชะตากรรมน่าเวทนา จึงจัดแจงเรื่องกินอยู่เครื่องนุ่งห่มให้อย่างรอบคอบ

แต่เรื่องราวค่อย ๆ เปลี่ยนไป

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด นางถูกศิษย์พี่น้องดุด่า ว่ากล่าวหาว่านางแย่งของของศิษย์น้อง ไม่ว่านางจะอธิบายอย่างไรว่าของสิ่งนั้นเป็นของที่ศิษย์น้องยกให้ ศิษย์พี่น้องก็ไม่เชื่อ

นางขอให้ศิษย์น้องช่วยอธิบาย ศิษย์น้องกลับเอาแต่หลั่งน้ำตาอย่างเงียบ ๆ

ปิ่นปักผมศิษย์น้องหัก พวกเขาว่านางจงใจทำให้เสียหาย

ศิษย์น้องฝึกตนบาดเจ็บ พวกเขาว่านางอยู่เบื้องหลัง จงใจทำร้ายศิษย์น้อง

ศิษย์พี่น้องว่านางจิตใจคับแคบ อิจฉาริษยาจนเป็นนิสัย บอกให้นางอยู่ให้ห่างจากศิษย์น้องเล็ก

แม้แต่พวกเขาเอง ก็ออกห่างนางไปทุกที

ชั่วพริบตา นางกลายเป็นคนโดดเดี่ยวไร้ญาติ

เซียวอวี้ปรากฏตัวข้างกายนางในยามนั้น

เขาเป็นเพื่อนนางในการเก็บศาสตรา หาเปลวเพลิงวิญญาณใหม่ ๆ ชมอาทิตย์อัสดงบนยอดเขาหยกมวลบุปผา วันหนึ่ง เขาบอกว่าเขาชอบนาง...

ความชอบที่ไป๋อิงมีนั้นน้อยนิด เพียงหนึ่งเดียวนี้ นางต้องตอบแทนด้วยใจจริง

ภายใต้การนำทางของลู่หลิง ไป๋อิงค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า

เสียงอึกทึกของแขกเหรื่อค่อย ๆ เงียบลง รอบด้านเงียบกริบ ใจของไป๋อิงพลันตึงเครียดขึ้นมา

เหตุใดจึงไร้เสียง พิธีกรไปไหน

ขณะนั้นเอง นางได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเยียบาดแก้วหู

“ลู่หลิง เจ้านายของเจ้าป่วยเป็นโรคจิตหลงผิดงั้นรึ คราวนี้จะก่อเรื่องวุ่นวายอะไรอีก”

เป็นเสียงของศิษย์พี่ใหญ่ซูอวี่ ไม่กี่วันก่อนไป๋อิงเพิ่งถูกเขาลงโทษ หวายเฆี่ยนลงบนแขน ความเจ็บปวดเสียดลึกถึงไขกระดูก

แค่ได้ยินเสียงเขา ไป๋อิงก็ตัวสั่นเทา พลางคว้าแขนของลู่หลิงที่พยุงนางไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว

ทว่าลู่หลิงค่อย ๆ ดึงมือออก กล่าวอย่างหวั่นหวาดแต่ก็อดเวทนาไม่ได้ว่า “นางไม่ใช่เจ้านายของข้า... เจ้านายของข้าคือคุณชายสิ้นปรารถนา—ท่านนักบวชเซียว”

ไป๋อิงนิ่งค้างทั้งร่าง ตามด้วยเสียงตั้งคำถามมากขึ้น

“นี่คือชุดวิวาห์รึ งานเลี้ยงวันเกิดของคนอื่น นางแต่งตัวเช่นนี้ทำอะไร”

“ไร้เหตุผล เรียกร้องความสนใจ!”

ไป๋อิงฟังแล้วรู้สึกผิดปกติหนักขึ้น

นางกระชากผ้าคลุมหน้าออกทันที เห็นห้องโถงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เซียวอวี้ยืนอยู่ไม่ไกล

“เซียวอวี้...” ไป๋อิงอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทันทีที่เอ่ยปาก กลับพบว่าเสียงตัวเองแหบเครือเพราะตื่นเต้น โชคดีที่เซียวอวี้เดินมาหานางและยื่นมือขวาออก ใจของไป๋อิงผ่อนคลายลงเล็กน้อย

นางก็ยื่นมือออกเช่นกัน ดุจคว้าท่อนไม้กลางน้ำ หมายจะเกาะกุมเขาไว้

แต่ในจังหวะที่เซียวอวี้ใกล้จะสัมผัสนาง ท่อนไม้นั้นพลันเปลี่ยนทิศทาง

เซียวอวี้เดินเฉียดผ่านกายนาง ไปจับมือของหร่วนซินโหรวที่ก้าวออกมาจากฝูงชน ใบหน้าฉายรอยยิ้มหวานชื่น

“ศิษย์น้องหร่วน สุขสันต์วันเกิด เจ้าชอบงานเลี้ยงที่ข้าจัดให้ไหม” ไป๋อิงได้ยินเซียวอวี้กล่าวเช่นนี้

มีบางสิ่ง เหมือนจะขาดสะบั้นลง

ไป๋อิงยืนตัวแข็งอยู่กับที่

สมองวูบไหว

นางหันขวับไปอย่างไม่เชื่อสายตา

ชั่วขณะหนึ่ง ไม่อาจตอบสนองได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

คู่บำเพ็ญของตน เหตุใดจึงจับมือหร่วนซินโหรว เขาไม่ใช่เหมือนกับตน เกลียดชังนางที่สุดมิใช่รึ

พิธีร่วมบำเพ็ญคู่ของตน เหตุใดจึงกลายเป็นงานเลี้ยงวันเกิด

ลางร้ายบางอย่างวนเวียนในใจไป๋อิง ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวเกินบรรยาย

นางต้องการคว้าแขนเซียวอวี้ ถามให้รู้เรื่อง

ทว่า นิ้วมือเพิ่งแตะปลายแขน เซียวอวี้ก็สะบัดนางออกอย่างแรง

“ไป๋อิง วันนี้เป็นวันสำคัญของซินโหรว เจ้าแต่งตัวเช่นนี้ ต้องการแย่งซีนศิษย์น้องของตัวเองรึ”

เซียวอวี้มองไป๋อิงด้วยแววตาแปลกแยกและรังเกียจ “นี่มัน... ชุดวิวาห์รึ”

หนึ่งประโยคก่อคลื่นยักษ์พันชั้น สายตาทุกคู่ต่างพุ่งมายังไป๋อิง

ศิษย์น้องหกฉินจื่อจินยิ่งพุ่งออกมาจากฝูงชน ตะโกนลั่นว่า “ไป๋อิง เจ้าอยากก่อกวนอีกแล้วใช่ไหม ข้าบอกเจ้า วันนี้เป็นวันเกิดศิษย์น้อง เป็นงานที่ศิษย์พี่เซียวจัดให้เป็นพิเศษ เจ้าใส่ชุดวิวาห์ คิดจะบ้าอะไรกันแน่?!”

ไป๋อิงยืนตะลึงงันกับที่ คล้ายถูกแช่แข็ง

ขณะทุกคนยังเย้ยหยัน ลู่หลิงครางเบา ๆ อย่างเก็บกด แล้วกัดฟันรายงานเสียงดังต่อเซียวอวี้ “นายท่าน เมื่อวานเทพธิดาขาวสั่งให้ข้าฉวยตอนท่านไม่ระวัง เอายาเม็ดนี้ใส่ในสุราของท่าน ลู่หลิงไม่กล้าทำ ลู่หลิงไม่ทรยศนายท่าน”

กล่าวจบ ลู่หลิงล้วงยาเม็ดหนึ่งจากแขนเสื้อ ชูให้ทุกคนเห็น

ไป๋อิงค่อย ๆ หันหน้า มองลู่หลิงอย่างไม่อยากเชื่อ รู้สึกหนาวเหน็บอย่างบอกไม่ถูก พลุ่งพล่านจากก้นบึ้งหัวใจ

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป