หลี่ชิงมองเหอเซียงเฉิน อัลฟ่าร่างสูงหนึ่งเมตรเก้าสิบตรงหน้า ในสายตาของเขาตอนนี้อีกฝ่ายกลายเป็นคนอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่งไปเสียแล้ว
สมองของเขาเต็มไปด้วยละครดราม่าชีวิตรักตระกูลดังที่เคยดูตามแม่มาตั้งแต่เด็ก
เมื่อก่อนเขาคิดว่าละครโทรทัศน์พวกนั้นแต่งเกินจริง จะมีเรื่องน้ำเน่ามากมายขนาดนั้นได้ยังไง แต่ตอนนี้ดูท่าแล้ว ศิลปะก็มีที่มาจากชีวิตจริงนี่เอง!
เหอเซียงเฉินพิงกำแพงอย่างอ่อนแรง เปลือกตาปรือครึ่งหนึ่งจนมองไม่เห็นอารมณ์ในดวงตา ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเปราะบางราวกับแตกสลายเพราะความเจ็บปวด
“หลี่ชิง อย่าเห็นว่ารอบตัวฉันมีคนรายล้อมอยู่ตลอด ที่จริงพวกเขาล้วนเป็นคนที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง”
“พวกเขาไม่รู้เรื่องข้างใน คิดว่าฉันมีสถานะสูงส่งในตระกูลเหอ ถึงได้พยายามเข้าหาและเอาใจฉัน หวังจะอาศัยอำนาจของฉันในตระกูลเหอช่วยให้พวกเขากลับไปเป็นคนสำคัญของครอบครัวอีกครั้ง แต่พวกเขาคงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่า ที่จริงแล้วสถานการณ์ของฉันก็ไม่ต่างจากพวกเขา……”
จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังเปิดใจเผยตัวตนที่แท้จริง ทุกคำที่พูดออกมาล้วนจริงใจ
ข้อสงสัยสุดท้ายในใจหลี่ชิงพลันมลายหายไป
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
มิน่าล่ะ ทั้งที่เหอเซียงเฉินถูกกลั่นแกล้งถึงขนาดนี้ รอบตัวเขายังมีคนรายล้อมอยู่ตลอด ที่แท้ทุกคนก็ถูกปิดบังเรื่องจริงไว้
หลี่ชิงเม้มริมฝีปาก เขาพอจะเข้าใจเหอเซียงเฉิน
ฟังจากคำพูดของเหอเซียงเฉินก็พอจะรู้ได้ว่าครอบครัวของเขาต้องมีภูมิหลังยิ่งใหญ่แน่ ๆ เกิดมาในตระกูลแบบนี้ ย่อมมีศักดิ์ศรีสูงส่ง
ถ้าเป็นเขา ก็คงไม่อยากบอกคนที่พยายามเข้าหาเพราะหวังเกาะตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองไม่ได้มีอะไรเลยเหมือนกัน
เมื่อเห็นเหอเซียงเฉินอยู่ในสภาพเปราะบางและห่อเหี่ยวเช่นนั้น หลี่ชิงก็รู้สึกขมขื่นขึ้นมาในใจ
