โจวจิ่นเซวียนไม่ทันสังเกตเห็นโจวจิ้นหนานด้วยซ้ำ ทั้งยังรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้างที่สวี่ชิงทำท่าทีไม่ยี่หระ “ชิงชิง ใจเย็นก่อน ฉันไม่รู้ว่าพี่ใหญ่แต่งงานกับเธอทำไม แต่รับรองว่าไม่ใช่เพราะชอบแน่! เมื่อก่อนเขาเคยมีแฟน อยู่ที่คณะศิลปะประจำมณฑล”
“อีกอย่าง เขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ไม่ดีกับใครทั้งนั้น ในใจเขามีแต่เรื่องงาน ไม่มีที่ว่างให้ใคร! ตอนนี้เขามองไม่เห็น เธอเคยคิดไหมว่าถ้าแต่งกับเขาแล้วจะต้องเจอกับชีวิตแบบไหน?”
สวี่ชิงหัวเราะเยาะเบา ๆ “พูดมาตั้งนาน คุณก็ยังไม่ได้บอกเลยว่าพี่ใหญ่ของคุณเป็นคนยังไงกันแน่ แล้วถ้าเมื่อก่อนเขาเคยมีแฟนแล้วจะเป็นไรไปล่ะ? ขอแค่ตอนนี้คนที่เขาแต่งด้วยเป็นฉันก็พอ อีกอย่าง ถึงตาเขาจะมองไม่เห็น แต่ก็ยังดีกว่าคนบางคนที่ใจบอด!”
คำพูดที่สวี่ชิงจงใจเหน็บแนมทำให้โจวจิ่นเซวียนหน้าแดงก่ำ “เธอ...”
แต่สวี่ชิงกลับยิ้มหวานให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา แล้วเอ่ยเสียงใส “พี่โจว”
จากนั้นก็เดินตรงไปหาโจวจิ้นหนาน
โจวจิ่นเซวียนชะงักงันไปทันที สีหน้าแลดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ก่อนจะหันกลับไปมอง
เมื่อเห็นโจวจิ้นหนานยืนนิ่งด้วยสีหน้าเย็นชา ข้างขามีสุนัขพันธุ์หมาป่าตัวใหญ่กำลังนั่งหมอบอย่างองอาจ เขาก็เอ่ยตะกุกตะกัก “พะ...พี่ใหญ่”
โจวจิ้นหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย “นายก็คิดว่าฉันตาบอดแล้วไร้ประโยชน์ทุกอย่างใช่ไหม?”
โจวจิ่นเซวียนรีบส่ายหน้า “ไม่ ไม่ใช่ครับพี่ใหญ่ พี่เข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น... แค่...”
เขาอ้ำอึ้งอยู่นานก็ยังคิดคำอธิบายไม่ออก จนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
