สวี่ชิงฝืนความขยะแขยง มองไปทางหลี่ต้าหย่ง พูดไปแล้วพวกเขาก็โตมาด้วยกัน
หลี่ต้าหย่งสนิทกับสวี่หรูเยว่ตั้งแต่เด็ก เป็นคนประเภทที่มีลูกอมอยู่ในกระเป๋าสักเม็ดก็ต้องเก็บไว้ให้สวี่หรูเยว่ แถมยังเคยต่อยตีกับคนอื่นเพื่อเธอมาไม่รู้กี่ครั้ง
ปีที่สวี่หรูเยว่ไปเป็นเยาวชนมีการศึกษาที่ชนบท หลี่ต้าหย่งก็แอบส่งเงิน คูปองอาหาร รวมถึงเนื้อหมักและไส้กรอกให้เธอ
ส่วนสวี่หรูเยว่ก็วางท่าทีไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ตอบรับ
แม้แต่พ่อแม่ของหลี่ต้าหย่งยังคิดว่าสวี่หรูเยว่คงได้เป็นลูกสะใภ้แน่ ๆ ต่อมาพอสวี่หรูเยว่แต่งงานกับโจวจิ่นเซวียน พ่อแม่ของหลี่ต้าหย่งยังบุกไปโวยวายถึงบ้านอยู่นาน เรียกร้องให้ตระกูลสวี่คืนคูปองอาหารกับเนื้อที่ให้ไปตลอดหลายปีนั้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สวี่ชิงก็ยิ่งรู้สึกว่าหลี่ต้าหย่งช่วยสวี่หรูเยว่มาทำร้ายเธอ
สายตาเย็นเยียบราวคมดาบกวาดผ่านใบหน้าหลี่ต้าหย่ง เธอไม่สนใจเขา เพียงดึงโจวจิ้นหนานไปนั่งด้วยกัน
หลังนั่งลง สวี่ชิงก็หันไปเรียกเจ้าของร้าน สั่งเกี๊ยวน้ำสองชาม พอหันกลับมาก็สบตาหลี่ต้าหย่งอีกครั้ง
คราวนี้เธอมองเห็นความประหลาดใจในแววตาของเขาอย่างชัดเจน
ชายอันธพาลสองคนที่นั่งโต๊ะเดียวกับหลี่ต้าหย่งรู้จักสวี่ชิง และรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ ในสายตาพวกเขา สวี่ชิงเป็นผู้หญิงสำส่อนที่ไร้เกียรติ
เป็นของง่ายที่ใคร ๆ ก็ฉวยประโยชน์ได้
พอเริ่มนินทาก็แทบไม่เกรงใจ เหมาหัวที่หน้าตาเจ้าเล่ห์เหมือนลิง สายตาดูไม่น่าไว้ใจ เหลือบมองสวี่ชิงแล้วจุ๊ปากสองสามที ก่อนแกล้งลดเสียงพูดกับหลี่ต้าหย่ง ทั้งที่เสียงดังลั่นว่า “นั่นสวี่ชิงจากตรอกโรงงานสี่ไม่ใช่เหรอ? ปกติเห็นหยิ่งจะตาย สุดท้ายก็ไม่เห็นจะเท่าไรเลย”
