“ถุย”
หลี่เฉิงเจ๋อถ่มเลือดที่เต็มปากลงบนพื้นหิมะ ก้มมองหน้าอกตัวเอง ดาบของเจ้าชายเผ่าอนารยชนเหนือฟันลงบนเกราะเกิดเป็นรอยขาวยาว บุ๋มเข้าไปครึ่งนิ้ว แต่ไม่ทะลวง
เขายังไม่ตาย เสียดายเล็กน้อย แต่ก็ไม่เสียใจ
พวกทหารม้าอนารยชนเหนือบุกมาแถวนี้เพื่อเผ่าผลาญปล้นฆ่า ข่มเหงสตรี ฆ่าพวกนั้นทิ้งยังนับว่าถูกเลยด้วยซ้ำ
เป็นถึงเจ้าชายเผ่าอนารยชน เจ้าชายบ้านพ่อสิ เขาอยากบิดหัวราชันอนารยชนเหนือมาเตะเป็นลูกบอลด้วยซ้ำ
พวกอนารยชนเหนือเวรนี่ กล้าพูดคำว่าแกะสองขา สามคำนี้ทำให้หลี่เฉิงเจ๋อหวนนึกถึงประวัติศาสตร์ก่อนข้ามภพ
เขาคว้าบังเหียน หันหัวม้า ขี่กลับไปช้า ๆ สบาย ๆ
ม้าสีแดงเลือดหมูย่ำบนหิมะ เกิดเสียงกรวบกราบ
ไกลออกไป หวังเฟิงเพียวพาทหารจวนเจ้าเมืองเจียงหนิงกว่าสิบนายมาถึงในที่สุด
พวกเขาวิ่งเหยาะ ๆ มาตลอดทาง ยกโล่ตั้งตรงหน้า หอกชี้เฉียงไปข้างหน้า วางท่าทางเหมือนเผชิญศึกใหญ่
แต่พอเห็นภาพตรงหน้า เท้าทุกคนหยุดชะงักพร้อมกัน
ทั่วท้องทุ่งหิมะ มีคนหนึ่งม้าหนึ่งค่อย ๆ เดินมาจากไกล
หลี่เฉิงเจ๋อนั่งบนหลังม้าสีแดงเลือดหมู ในมือเฉียงข้างหนึ่งถือหอกที่เปื้อนเลือดหยดติ๋ง เนื้อตัวอาบย้อมไปด้วยเลือด กระทั่งใบหน้ายังมีรอยเลือดสาดเป็นทาง ๆ
แต่สีหน้ากลับเรียบเฉย คล้ายเพิ่งเดินเล่นรอบตรอกเสร็จกลับมา
หวังเฟิงเพียวกลืนน้ำลาย ควบม้าเข้าไปหา เสียงสั่นสะท้าน “ท่านอ๋อง! ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม! พวกทหารม้าอนารยชนเหนืออยู่ไหน? หนีไปแล้วหรือ?”
หลี่เฉิงเจ๋อโยนหอกลงบนพื้น รับผ้าเช็ดหน้าที่หวังเฟิงเพียวยื่นให้มาเช็ดหน้า มองหวังเฟิงเพียวที่สีหน้าตึงเครียด แล้วพูดลอย ๆ สามคำ
