ภายในซุ้มประตูเมือง ผู้คนแน่นขนัดจนอัดทะลัก
หวังเฟิงเพียวหวีดร้องด้วยความตกใจ แส้ม้าในมือแทบหลุดมือ รีบแหกปากตะโกนว่า “อารักขา! รีบอารักขา! มีคนจะลอบปลงพระชนม์องค์ชาย!”
ทหารจวนเจ้าเมืองเจียงหนิงกว่าร้อยคนชักกระบี่ออกมาพรึ่บพรั่บ ตื่นตระหนกเหมือนเจอศึกหนัก
“โวยวายอะไรของแก! เก็บกระบี่เดี๋ยวนี้!” หลี่เฉิงเจ๋อฟาดมือลงบนหมวกของหวังเฟิงเพียวดัง “แกร๊ง” อย่างเจ็บแสบ
หวังเฟิงเพียวกุมหัว มองไปข้างหน้าอย่างน้อยอกน้อยใจ
ไหนล่ะมือสังหาร นั่นมันชาวบ้านจากเมืองหลวงชัด ๆ
คนที่อยู่หน้าสุด ก็คือป้าคนเดียวกับที่ปารองเท้าเก่าใส่หน้าขุนนางหน้าประตูอู่เหมินเมื่อวานนั่นเอง นางถือตะกร้าไม้ไผ่ ในตะกร้าเต็มไปด้วยไข่ไก่บ้านใบเท่า ๆ กัน หอบหายใจแฮ่ก ๆ เบียดตัวมาจนถึงหน้าม้า
“องค์ชาย! ท่านจะไปแล้วรึนี่!” ป้าเบ้าตาแดงก่ำ ยกตะกร้าขึ้นยัดใส่มือหลี่เฉิงเจ๋อ “หนทางไปชายแดนมันไกล อากาศหนาวเหน็บ ท่านเอาไข่พวกนี้ไป บำรุงร่างกายระหว่างทางด้วยเถิด!”
“องค์ชาย นี่คือเหล้าหวานที่ข้าน้อยหมักเอง ท่านเอาไปอุ่นท้องนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“องค์ชาย นี่คือรองเท้าผ้าพื้นหนาที่เมียข้าตัดเย็บทั้งคืน ถนนชายแดนเดินลำบาก ท่านเอาไว้ใส่สับเปลี่ยนนะพ่ะย่ะค่ะ!”
ชาวบ้านนับพันนับหมื่นหลั่งไหลเข้ามา ในมือถือของสารพัดอย่าง มีทั้งซาลาเปาแป้งหยาบ เนื้อตากแห้ง ผักสดจากสวนตัวเอง หรือแม้แต่เด็กน้อยไม่ใส่กางเกงอีกหลายคนชูลูกอมน้ำตาลแดงที่ตัวเองหวงนักหวงนาอยู่ไม่กี่ไม้
