ทหารประจำจวนเจ้าเมืองเจียงหนิงทั้งหมดพลันมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
เจ้าเมืองเจียงหนิง หวังเฟิงเพียว ก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยังโถงด้านนอก
ยามประตูที่ถูกตบไปฉาดหนึ่ง เดินเงียบ ๆ ตามหลัง คิดในใจว่าเยี่ยมเลย ในที่สุดก็ได้ระบายอารมณ์เสียที ตบครั้งนี้ไม่เสียเปล่า
เขาเป็นแค่คนกระจอก ตบหนึ่งครั้งแลกกับอ๋ององค์หนึ่ง ชาตินี้คุ้มแล้ว
คนกลุ่มหนึ่งเดินมาเต็มไปด้วยฮึกเหิม ราวกับจะฟันอ๋องจิ้งอันให้ตายจริง ๆ
หากเป็นคนขี้ขลาดหน่อย แค่เห็นก็ขาอ่อนยืนไม่อยู่แล้ว อย่างเช่นขันทีน้อยข้างกายหลี่เฉิงเจ๋อ
ภายในโถงด้านในมีคนกรูกันออกมาเป็นร้อย บ้างถือดาบ บ้างถือธนู ล้อมพวกเขาสองคนไว้แน่นขนัด
“ฝ่าบาท ฝ่าบาท ตอนนี้ทำยังไงดีพ่ะย่ะค่ะ?” ขันทีน้อยตื่นตระหนกเต็มที่ สองขาสั่นระริกไม่หยุด
หลี่เฉิงเจ๋อไม่ตื่นเต้นแม้แต่น้อย แถมยังรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เขายกมือขึ้นชี้วนรอบ พร้อมกับชี้ใส่ทุกคน โดยเฉพาะพวกพลธนู “มา มา มา ยิงข้า ยิงข้า!”
คนเป็นร้อยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าลงมือ
หลี่เฉิงเจ๋อไม่พอใจ พวกไร้น้ำยา!
เขาก้าวขึ้นหน้า มองทหารจับกุมคนหนึ่งตรงหน้า แล้วมองดูดาบในมือเขา
หลี่เฉิงเจ๋อยกดาบขึ้นมาพาดคอตัวเองอย่างใส่ใจ “มา ฟันข้าเลย ข้าบุกรุกจวน มาฟันข้าสิ”
ท่าทีนี้ทำเอาทหารจับกุมคนนั้นตั้งตัวไม่ถูก ยืนแข็งค้างอยู่กับที่
หลี่เฉิงเจ๋อพลันตะคอกลั่น “พวกเจ้าไม่มีไข่รึ? ไม่มีไข่ก็รีบตัดทิ้งไป เป็นบุรุษอะไรกัน เป็นร้อยคนไม่มีใครกล้าทำอะไรข้าสักคน?”
กว่าร้อยคน: ……
รู้สึกถูกดูหมิ่นอย่างแรง แต่ก็ไม่กล้าลงมือจริง ๆ
อ๋องจิ้งอันเป็นถึงองค์ชาย ข่มขู่ได้ แต่ลงมือจริงก็คือโทษตายนะ! ใครกล้า?
“ไร้น้ำยา” หลี่เฉิงเจ๋อตบหน้าฉาดเข้าให้อีกครา แถมถีบอีกหนึ่งที กระแทกทหารจับกุมล้มลงกับพื้น แล้วบ่นว่า “ไม่กล้าฟันแล้วจะถือดาบมาเพื่ออะไร รีบกลับบ้านไปหานมแม่กินเสีย”
คนเป็นร้อย แต่ละคนมีสีหน้าตะลึงงัน และไม่น้อยที่กัดฟันกรอด
นี่คืออ๋องหรือ!!!
ยั่วโมโหพวกเขาถึงเพียงนี้ ต่อให้มนุษย์ดินปั้นยังมีความโกรธอยู่บ้าง นี่นึกว่าพวกเขาไม่กล้าฟันจริงหรือ?
ทหารจับกุมหลายคนกำหมัดแน่น
ยอมถลกหนังตัวเอง กล้าดึงฮ่องเต้ตกหลังม้า!
แต่นั่นน่ะ ก็แค่คิดเล่น ๆ เท่านั้น
หลี่เฉิงเจ๋อเดินไปตรงหน้าพลธนูคนหนึ่ง จ้องมองดูลูกธนูที่เตรียมพาดคันศรอย่างพินิจพิเคราะห์ จากนั้นก็ยื่นศีรษะเข้าไปใกล้หัวลูกธนูอันคมกริบ
หัวลูกธนูนั้นอยู่ห่างจากหน้าผากไม่ถึงหนึ่งนิ้ว
หลี่เฉิงเจ๋อไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ขันทีน้อยกลับตกใจจนทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้น
เหล่าทหารประจำจวนเจ้าเมืองเจียงหนิงทั้งหมด ใจเต้นระทึกขึ้นมาถึงลำคอ ในใจคิดว่า หากอ๋องจิ้งอันตายที่นี่ พวกเขาคงต้องพลีชีพตามไปทั้งบางกระมัง
เขาเป็นถึงองค์ชายนะ องค์ชาย
อีกอย่าง อ๋องจิ้งอันมีดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ช่วงนี้ไม่ได้มีข่าวลือกันหนาหูหรือว่าอ๋องจิ้งอันก็แค่คนขี้ขลาด ไม่มีไอ้น้ำกันแม้แต่น้อย ต่อให้เป็นเจ้าเมืองใหญ่ก็รังแกเขาได้ แม้แต่ขุนนางขั้นเจ็ดก็ยังกำราบเขาได้อยู่หมัด
แต่ดูสภาพตอนนี้สิ ไม่เหมือนเลย นี่มันโคตรจะใจเด็ด หันหน้าเข้าใส่หัวลูกธนูขนาดนี้ ถ้าเกิดคันศรเผลอคลาย ท่านยังจะรอดอยู่ไหม?
ที่สำคัญคืออ๋องจิ้งอันยังหัวเราะออกมาได้อีก ใจต้องหนักแน่นแค่ไหนกัน
ทหารเก๋าที่อยู่ที่นี่ มีสักกี่คนที่ทำได้ถึงขั้นนี้?
ความกล้าเช่นนี้ จิตใจที่แข็งแกร่งปานนั้น ไม่เคยเห็นมาในชีวิต
นี่คือความคิดในใจของทหารจับกุมและทหารประจำจวนทั้งหมด
หลี่เฉิงเจ๋อเลื่อนหัวลูกธนูอันคมกริบลงจากใบหน้า ทหารผู้นั้นถึงได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ จริง ๆ ตนล่ะ เขาลุ้นระทึกกว่าหลี่เฉิงเจ๋อหลายเท่านัก
เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก มือที่กำสายธนูบีบแน่นสุดแรง กลัวเหลือเกินว่าเผลอปล่อยไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่นนั้นก็จบเห่สำหรับเขาแล้ว
แต่เพียงชั่วพริบตาต่อมา ใจที่เพิ่งวางลง ก็ถูกดึงกลับขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่เฉิงเจ๋อหันหัวลูกธนูอันคมกริบมาจ่อที่หัวใจตัวเอง “ใช่แล้ว ยิงตรงนี้เลย ยิงที่หัวไม่ตาย ยิงตรงนี้ง่ายกว่าที่จะตาย”
จากนั้นหลี่เฉิงเจ๋อก็มองไปที่ทหารผู้นั้นด้วยความคาดหวัง “มาเลย เหนี่ยวศร ยิงมา”
ทหารผู้นั้น: ……
ไม่รู้จะตอบอย่างไร
คนอื่น ๆ: ……
ความกล้าของอ๋องจิ้งอันนั้น…ใช่เลย…เด็ดจริง
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที…
ใบหน้าของหลี่เฉิงเจ๋อจากรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นไร้อารมณ์ จากนั้นพลันแค้นเคือง ตบฉาดเข้าไปที่ท้ายทอยของทหารผู้นั้น “ไร้น้ำยา ไม่กล้ายิงแล้วมานักเลงโตทำไม? นักเลงโตทำไม? ขู่ใคร?”
“พวกไร้ประโยชน์” หลี่เฉิงเจ๋อยื่นมือออกไป ตบท้ายทอยทหารคนอื่น ๆ รอบข้างอีก
ทหารคนอื่น ๆ: ???
พวกเขาถูกหลี่เฉิงเจ๋อตบท้ายทอย ตบจนต้องกุมหัวหนีกระเจิดกระเจิง
หลี่เฉิงเจ๋อโมโหจนควันออกหู “พวกไร้น้ำยาทั้งนั้น กว่าร้อยคน ไม่มีใครกล้าลงมือกับข้าสักคนเลยหรือ?”
มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกของข้า
ภาพที่ควรจะเป็นดราม่าปิดล้อมสังหารอ๋องจิ้งอัน กลายเป็นพวกเขาถูกไล่ต่อยไล่ถีบ แถวแถลง? ไม่มี! อาวุธก็ไม่มีใครกล้าถือขึ้นมา ต่างพร้อมใจกันวางลง กลัวว่าจะถูกอ๋องจิ้งอันเห็นแล้วพุ่งเข้ามาหา
ฆ่าก็ไม่กล้าฆ่า ก็ได้แต่ยอมโดนตบฟรีไปหนึ่งยก
นี่คือภาพที่เจ้าเมืองใหญ่ หวังเฟิงเพียว ก้าวออกมาเห็น เขาสำลักเลือดแทบกระอักออกมา
เขาตะคอกลั่นว่า “พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?”
“ท่านเจ้าเมือง…”
หวังเฟิงเพียวโกรธจัด นี่คือทหารประจำจวนเจ้าเมืองเจียงหนิงของเขาหรือ? ไร้น้ำยากันถึงเพียงนี้?
หลี่เฉิงเจ๋อกำลังจับทหารคนหนึ่ง พยายามยัดดาบที่ตกพื้นใส่มือเขาอย่างสุดแรง “มา ถือไว้ กลัวอะไรฟะ เป็นชายชาติทหารหรือเปล่า?”
ทหารผู้นั้นโบกมือรัว “ท่านอ๋อง ผู้น้อยไม่กล้า!”
“ไม่กล้าบ้าอะไร ถือซะ!” หลี่เฉิงเจ๋อตวาดเสียงเข้ม
นั่นทำให้แม้แต่หัวหน้าหน่วยจับกุมยังอึ้ง ส่วนยามประตูที่เอามือกุมแก้ม ก็อึ้งไปเช่นกัน
กว่าร้อยคน ใครที่ยังไม่ทันวางอาวุธลง ล้วนถูกตบท้ายทอย นี่ใช่หลี่เฉิงเจ๋ออ๋องจิ้งอันผู้ขี้ขลาดตาขาวคนเดิมอีกหรือ?
หวังเฟิงเพียวมองดูหลี่เฉิงเจ๋อยัดเยียดดาบไม่หยุด ส่วนทหารก็คุกเข่าบนพื้นโบกมือปฏิเสธ ภาพนี้มองแล้วน่าโมโหนักหนา
เขาเหลืออดคำรามออกไปว่า “อ๋องจิ้งอัน อย่าได้อวดดีเกินไปนัก!”
หลี่เฉิงเจ๋อหันไปตามต้นเสียง เครื่องแต่งกายชุดนี้ ค้นจากความทรงจำ นี่หาใช่เจ้าเมืองเจียงหนิงหวังเฟิงเพียวไม่?
หวังเฟิงเพียวแห่งสาขาตระกูลหวังแห่งหลังหยานี่เอง
“แกชื่อหวังเฟิงเพียวใช่ไหม?” หลี่เฉิงเจ๋อยืดตัวตรง ถือดาบใหญ่ของทหารเดินเข้ามา
หวังเฟิงเพียวภายนอกสงบ แต่ในใจลนลาน อ๋องจิ้งอันจะไม่กลายเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม?
ถือดาบมา จะทำอะไร? จะฟันข้าหรือ? หวังเฟิงเพียวคิดในใจ
“อ๋องจิ้งอัน ข้าเป็นถึงเจ้าเมืองเจียงหนิง ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง โทษทัณฑ์ไม่ลงเหนือขุนนาง ท่านทำอะไรข้าไม่ได้! ไม่ได้… อ๊าก!”
หลี่เฉิงเจ๋อเดินมาหยุดตรงหน้าระยะสามเมตรจากหวังเฟิงเพียว จากนั้นก็เร่งฝีเท้าขึ้นทันใด แล้วตบฉาดเข้าไปที่ท้ายทอยของหวังเฟิงเพียว
หมวกขุนนางใบนั้น ปลิวลอยละลิ่ว ร่วงลงบนพื้นอย่างมั่นคง ส่วนศีรษะโล้น ๆ ของหวังเฟิงเพียวก็เผยออกมาให้ทุกคนตรงหน้าเห็น
“ก็แกนี่แหละชื่อหวังเฟิงเพียวใช่ไหม?”
“โทษทัณฑ์ไม่ลงเหนือขุนนาง โทษทัณฑ์ไม่ลงเหนือขุนนาง!! ข้ายังเป็นคนของตระกูลหวังแห่งหลังหยา! เจ้ากล้าทำร้ายข้าอย่างนั้นหรือ?” หวังเฟิงเพียวตะโกนอย่างกระด้างกระเดื่อง
“ก็แกชื่อหวังเฟิงเพียว หวังเฟิงเพียวใช่ไหม?” หลี่เฉิงเจ๋อตบฉาดลงบนศีรษะโล้น ๆ นั่นอีกสองที ว่าไปแล้ว สัมผัสมือใช้ได้
“มา ถือไว้!” หลี่เฉิงเจ๋อยัดดาบใส่มือหวังเฟิงเพียว