คนกลุ่มนั้นสวมเสื้อคลุมพลิ้วไหว พลังวิญญาณรอบกายปั่นป่วนพลุ่งพล่าน
ทุกคนล้วนแผ่กลิ่นอายขั้นหกระดับสมบูรณ์ออกมา
ชายที่เป็นผู้นำมีใบหน้าแก่ชรา หนวดเคราขาวโพลน
เขามองเจียงเทียนจากที่สูงด้วยท่าทีเหนือกว่า เสียงดังกังวานราวระฆังใบใหญ่
“บังอาจนัก ไอ้คนอวดดี!”
“กล้าดียังไงมาก่อเรื่องในตระกูลอู๋ของฉัน!”
สิ้นเสียง ชายชรากับคนที่เหลือก็ปลดปล่อยพลังของตนออกมาพร้อมกัน
กลิ่นอายทรงพลังทั้งหกสายหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ราวกำแพงไร้รูปร่างที่ขวางอยู่เบื้องหน้าเจียงเทียน
แววตาของเจียงเทียนไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
เขามองคนทั้งหก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“พวกคุณจะขวางผมเหรอ?”
ชายชราผมขาวผู้เป็นหัวหน้าส่งเสียงหึเย็นชา
“ใช่!”
“ถ้ารู้จักเจียมตัว ก็ไสหัวออกไปดี ๆ!”
“ไม่อย่างนั้นก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!”
มุมปากชายชรายกขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
แม้เจียงเทียนจะมีระดับบำเพ็ญถึงขั้นเจ็ด
แต่พวกเขามีกันถึงหกคน แถมทุกคนยังอยู่ขั้นหกระดับสมบูรณ์
ต่อให้เจียงเทียนลงมือจริง พวกเขาก็ยังต้านทานได้
ยิ่งไปกว่านั้น ขอแค่เจียงเทียนกล้าลงมือ
ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ของตระกูลอู๋ย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องผ่านไปเฉย ๆ แน่นอน
ดังนั้นเจียงเทียนมีทางเลือกแค่สองทาง ไม่ไสหัวไปก็ต้องตาย
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของเขา เจียงเทียนกลับหัวเราะ
“ขู่ผมเหรอ?”
“สิ่งที่ผมไม่กลัวที่สุดก็คือคำขู่นี่แหละ”
สิ้นเสียง
เจียงเทียนยกหมัดขวาแล้วเหวี่ยงออกไปข้างหน้า
ตราประทับหมัดอันแน่นหนาพุ่งทะลุอากาศออกไป
