หลินเย่ถูกเธอเบียดเข้ามาใกล้จนเกือบสำลัก
ฉินรั่วหลานเดินตามหลังมา กลอกตาแล้วกุมขมับถอนหายใจ “ยัยตัวแสบนี่…”
“หลี่อวิ๋น เอาให้พวกเธอคนละที่”
“ค่ะ นายท่าน”
“ขอบคุณนะพี่หลินเย่! จุ๊บ~” เหวยนีน่าจุ๊บแก้มหลินเย่ไปทีหนึ่ง
เธอรับเนื้อหมาป่ามา กัดไปคำหนึ่ง ดวงตาก็เป็นประกาย
จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้หูหลินเย่ ลดเสียงลงพลางเอ่ยยิ้ม ๆ
“แต่พี่หลินเย่ใจร้ายจังเลยนะ… พี่สาวคนนี้ดูอายุมากกว่าหนูอีก ยังเรียกพี่ว่านายท่านอีก อุ๊ย อายจัง…”
“นั่นสิ หลินเย่” ฉินรั่วหลานรับคำด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “เล่นกันหวือหวาดีนี่ ทั้งนายท่านทั้งทาส ก่อนวันสิ้นโลกคงอ่านนิยายมาไม่น้อยเลยสินะ?”
หลี่อวิ๋นหน้าแดง รีบยื่นเนื้อหมาป่าในมือออกไป
“กินเนื้อเถอะ กินเนื้อ”
หลินเย่หัวเราะ “พอแล้ว กินเนื้อแล้วยังหุบปากกันไม่ได้อีกหรือไง”
“อร่อย อร่อยมาก!” เหวยนีน่ากินจนปากมันเยิ้ม “พี่สาว ขออีกชิ้นได้ไหม?”
หลี่อวิ๋นมองหลินเย่
หลินเย่พยักหน้า
หลี่อวิ๋นจึงยื่นให้อีกสองชิ้น
ผู้รอดชีวิตที่ล้อมเข้ามามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเบียดกันแน่นหลายชั้น
เวลานั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหยุดตรงหน้าหลินเย่ ในมือประคองน้ำแร่ครึ่งขวดกับบุหรี่หัวจื่อครึ่งซอง ซองยับยู่ยี่ เห็นได้ชัดว่าพกติดตัวมานานแล้ว
“สวัสดีครับ ท่านผู้เหนือมนุษย์…” เขาดูเก้ ๆ กัง ๆ “ผมขอแลกอาหารสักคำกับคุณได้ไหมครับ?”
หลินเย่มองของในมือเขาแวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า
ชายวัยกลางคนชะงัก แววตาหม่นลงก่อนก้มหน้า
“ขอโทษครับที่มารบกวน”
“เดี๋ยวก่อน”
ชายวัยกลางคนหันกลับมา
“พี่ชาย ของที่คุณมีผมไม่ได้ขาด แต่เราแลกอย่างอื่นกันได้”
