ลู่จิ่งคว้าหมับเข้าที่มือซึ่งกำลังลูบไล้ไปทั่วร่างเขาอยู่ “คำพูดนี้เป็นความจริงหรือ?”
เขาเงยหน้าขึ้น สีหน้าจริงจัง “หากแม่นางไป๋รู้ความเช่นนี้จริง ๆ ไม่สู้เรียกลูกหลานของเจ้ามาให้หมด คืนนี้ข้าจะร่วมอภิรมย์กับแม่นางไป๋ด้วย แล้วจะเป็นไรไป?”
ราชันปีศาจงูขาวชะงักไป ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะยิ่งกว้างขึ้น
“หากคุณชายชอบจริง ๆ ไม่สู้... ให้ข้ากับท่านมีลูกสักหลายครอกก่อนดีหรือไม่?”
ขณะพูด มืออีกข้างของมันก็ลูบไปที่เอวของเขาแล้ว...
ลู่จิ่งเห็นว่ามือของมันเริ่มเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จึงรู้ว่าปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้ น้ำเสียงพลันเปลี่ยนฉับ
“ปีศาจบังอาจนัก! แค่เห็นแวบเดียวข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่มนุษย์ จงช่วยข้าบำเพ็ญเพียรเสีย!”
ราชันปีศาจงูขาวชะงักไปก่อน จากนั้นแววตาก็อ่อนลง คิดเพียงว่าเขาหมายถึงการบำเพ็ญเพียรอีกแบบหนึ่ง
นัยน์ตาของลู่จิ่งแปรเปลี่ยนเป็นประกายสังหารเย็นเยียบ
จุดลมปราณทั้งสามร้อยหกสิบสองแห่งโคจรพร้อมกัน!
ลมปราณอันบ้าคลั่งระเบิดพลุ่งพล่านในร่างเขา อุณหภูมิภายในห้องพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน เปลวไฟในตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะถูกกดจนเอนลู่ไปด้านหนึ่ง แทบจะดับลง
เขากำหมัดขวาแล้วซัดเข้าใส่หัวใจของราชันปีศาจงูขาว
แต่เอวของราชันปีศาจงูขาวกลับเอนพับไปด้านหลังในชั่วพริบตา
“ตูม!”
แรงหมัดยังคงพุ่งทะยานไม่หยุด กระแทกเข้าใส่เตียงไม้แกะสลัก
เตียงทั้งหลังราวกับถูกวัวป่าพุ่งชนตรง ๆ โครงเตียงระเบิดกระจุยในทันใด
ราชันปีศาจงูขาวอาศัยแรงเอนตัวไปด้านหลัง ใช้ปลายเท้าแตะเข่าของลู่จิ่งเบา ๆ แล้วลอยขึ้นไปบนขื่อ
มันห้อยหัวอยู่บนขื่อ เส้นผมดำสนิททิ้งตัวลงมา มือปิดปากหัวเราะคิกคัก “คุณชายน้อยช่างเดือดดาลนัก ข้าเพียงอยากใกล้ชิดท่านสักหน่อย...”
ยังพูดไม่ทันจบ ลู่จิ่งก็ลงมือแล้ว
เขาถีบพื้น พุ่งหมัดตรงเข้าใส่ขื่อ
ร่างของราชันปีศาจงูขาวบิดพลิ้ว เลื้อยไปตามขื่ออย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงเงาสีขาวสายหนึ่ง
“ปัง!”
หมัดของลู่จิ่งพลาดเป้าอีกครั้ง ทว่าหลังคากลับถูกเจาะเป็นรู
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วปล่อยจิตใจให้ผ่อนคลาย