เหนือพื้นโลกสี่หมื่นฟุต บนเครื่องบินชั้นธุรกิจ
ประตูห้องน้ำเปิดออก ชายหนุ่มห่มเสื้อคลุมอาบน้ำเดินออกมา
สายคาดเอวถูกผูกอย่างลวก ๆ ร่องรอยสีแดงเรื่อที่แสนคลุมเครือปรากฏอยู่บนแผงอกที่แข็งแกร่ง
เรียวขายาวใต้เสื้อคลุมอาบน้ำเผยให้เห็นยามก้าวเดิน กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงทรงพลัง
ฟู่จิ่นซิวไม่เคยคิดเลยว่าตนเองผู้เคร่งครัดในจารีตจะมาทำเรื่องบ้าบอเช่นนี้กลางอากาศหลายหมื่นเมตร
พอออกมาก็เห็นสตรีบนเตียง ขาเรียวโค้งงอเล็กน้อย หนุนหมอนไว้ใต้บั้นเอว
สบตาคมกริบที่ยากจะหยั่งถึง สตรีผู้นั้นอธิบายว่า "อาซิว คุณหมอบอกว่าท่านี้ทำให้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้น"
ฟู่จิ่นซิวก้มหน้ามองเมิ่งหว่านซี ใบบหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติยังอาบด้วยเสน่หายามหลังรัก แก้มทั้งสองแดงระเรื่อ ดวงตาคลอหน่วยฉ่ำเยิ้ม เรือนผมสีดำสยายละมุนบนหมอน
เมิ่งหว่านซีที่เขาทะนุถนอมเลี้ยงดูมาหลายปีอ่อนหวานและเย้ายวน ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจออดอ้อน เพียงแค่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก็น่ารักจนเกินห้ามใจ
บุรุษค่อย ๆ โน้มกายต่ำลง เงาดำทอดตัวปกคลุมร่างของเมิ่งหว่านซี เขายกมือขึ้นลูบไล้แก้มนาง บีบคลึงใบหูเล็กนิ่มของนางเบา ๆ
เสียงทุ้มต่ำแสนน่าฟังแฝงด้วยเสน่ห์ไร้ขีดจำกัด "แล้วคุณหมอยังพูดอะไรอีกหรือเปล่า"
นึกถึงคำพูดเดิมของหมอ ตรวจพบว่าไข่ของเธอสุกเต็มที่ ใกล้จะตกแล้ว สองวันนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการตั้งครรภ์
เธอจึงเล่นละคร 'บุกจู่โจม' ใส่เขาเสียเลย
ก่อนเมิ่งหว่านซีจะออกจากวงการ มดลูกได้รับบาดเจ็บตอนถ่ายละคร เธอเตรียมตั้งครรภ์มาสามปีแต่ก็ล้มเหลว
เพิ่งจะปรับสุขภาพได้ดี เมื่อรู้ว่าเขาชอบเด็ก ช่วงไข่ตกรอบนี้เมิ่งหว่านซีจึงใส่ใจเป็นพิเศษ
ทั้งที่เป็นสามีภรรยากันมานาน แต่การอยู่เหนือพื้นโลกสี่หมื่นกว่าฟุตก็เป็นครั้งแรกของเธอเช่นกัน
เธอดูประหม่าและเขินอายอย่างเห็นได้ชัด แทบอยากจะซุกหัวไว้ในหมอน "มะ ไม่มีแล้ว"
เธอได้ยินบุรุษกระซิบแผ่วเบาอย่างนุ่มนวล "ภรรยาจ๋า สุขสันต์วันครบรอบสามปี อนาคตขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
ลงจอดที่สนามบินออลี ฟู่จิ่นซิวใช้ผ้าห่มห่อตัวสตรีลงจากเครื่อง
ผ้าห่มเลื่อนลงเผยให้เห็นมุมหนึ่ง มองเห็นข้อเท้าของสตรีได้อย่างเหมาะเจาะ
ผิวพรรณขาวเย็นเยียบ ราวกับเครื่องกระเบื้องสีขาวที่มีรอยแดงจาง ๆ เป็นรอยเชื่อม คลุมเครืออย่างยิ่ง
สมดังคำร่ำลือภายนอกไม่มีผิด
ท่านประธานฟู่รักภรรยาดั่งชีวิต ทะนุถนอมจนไม่มีใครได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนาง
ช่วงไม่กี่วันที่ยุโรป เมิ่งหว่านซีได้สัมผัสว่าสิ่งที่เรียกว่าสุดยอดนั้นเป็นเช่นไร
ฟู่จิ่นซิวยุ่งกับงานมาก ตอนกลางวันมีนัดหมายมากมาย
ตอนนั้นเธอก็จะพักผ่อนที่โรงแรม พอถึงกลางคืนเขากลับกลายเป็นหมาป่า
ตรึงเธอไว้ในอ่างอาบน้ำ โซฟา หน้าต่างกระจกจากพื้นจรดเพดาน ทุกที่ล้วนทิ้งร่องรอยของสองเรา
ตลอดสี่วันสามคืนเต็ม ๆ เมิ่งหว่านซีตามเขาเปลี่ยนเมืองแล้วเปลี่ยนเมืองอีก
กระทั่งวันกลับประเทศ เธอหมดแรงซุกกายในอ้อมกอดของฟู่จิ่นซิว มือซุกซนของบุรุษที่เล่นงานร่างเธอยังวางอยู่บนบั้นเอวบางของนาง
เธออยากจะผลักเขา "อย่าซนเลย อาซิว เหนื่อยนะ..."
ได้ยินเสียงพึมพำของนาง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของบุรุษก็แผ่วเบาอยู่ข้างหู เขาค่อย ๆ กระชับมือที่วางอยู่บนบั้นเอวของเธอ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู "ภรรยาจ๋า ต่อให้เราไม่มีลูกตลอดชีวิตนี้ ฉันก็จะรักเธอตลอดไป"
บนลำคอของเธอรู้สึกเย็นวาบ ชายหนุ่มสวมสร้อยคอให้เธอ
เขาเคารพภักดีและอ่อนโยน จูบริมฝีปากนาง "ซีซี อยู่ข้างกายฉันอย่างว่านอนสอนง่าย อย่าไปจากฉัน"
พอเมิ่งหว่านซีตื่นอีกครั้ง ก็พบว่าอยู่บนเตียงใหญ่ในบ้านแล้ว
เธอสวมชุดนอนผ้าไหมตามสบาย สวมรองเท้าสักหลาดนุ่มเดินลงบันได แม่บ้านสวีจัดเตรียมอาหารดี ๆ ไว้เต็มโต๊ะ
"อาซิวล่ะ" เมิ่งหว่านซีกวาดตามองรอบ ๆ พวกเขากลับมาด้วยกัน ทำไมไม่มีใครอยู่เลย
"ท่านประธานยังมีนัดหมาย สั่งให้ฉันต้มซุปบำรุงให้คุณนายเป็นพิเศษ"
แม่บ้านสวีพูดด้วยรอยยิ้ม "ท่านประธานรักคุณนายมากจริง ๆ นะ ถึงกับไปเด็ดดอกกุหลาบที่คุณนายชอบที่สุดมาจากเรือนเพาะชำมาหนึ่งช่อ แล้วยังเฝ้าคุณนายหลับอยู่สักพักถึงรีบไป"
เมิ่งหว่านซีมองดอกไม้สดสวยช่อนั้นบนโต๊ะ มุมปากยกยิ้มจาง ๆ
เธอยกมือลูบหน้าท้องแบนราบของตน สามปีมานี้สามีภรรยาของเธอไม่รู้ว่าต้องผิดหวังเรื่องลูกมากี่ครั้งแล้ว
ครั้งนี้ หวังว่าคงไม่ผิดหวัง
จะต้องตั้งท้องให้ได้
เธอเปิดโทรศัพท์มือถือ พบว่ามีข่าวบันเทิงเด้งมา ดาราสาวระดับรองคนหนึ่งถูกเปิดโปงความรัก ต้องสงสัยว่าจะถูกถ่ายรูปตอนแฟนหนุ่มไปเยี่ยมกองถ่าย
เมิ่งหว่านซีมองเงาราง ๆ ของบุรุษในภาพ สวมสูทผูกไท แววตาหยุดชะงักไปชั่วขณะ
จากนั้นก็ละสายตา พลางรู้สึกขำในความคิดที่แล่นวาบผ่านสมองเมื่อครู่
จะเป็นฟู่จิ่นซิวไปได้อย่างไรกัน พวกเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กสิบแปดปี ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกนอกใจ เขาก็ไม่มีทางเป็นเด็ดขาด
กินข้าวเสร็จ เมิ่งหว่านซีดูแลดอกไม้
ยามพลบค่ำใกล้มาเยือน ฟู่จิ่นซิวก้าวเข้ามาในสวนพร้อมกับแสงอาทิตย์เส้นสุดท้าย
แสงตะวันโปรยปรายลงบนชุดสูทสีเทาหม่นของเขา อาบไล้ด้วยรัศมีจาง ๆ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกงดงามไร้ที่ติ
ใครจะดูออกว่าทั้งสองเคยเป็นคนที่ไต่เต้ามาจากโคลนตมต่ำต้อยถึงเพียงนี้
เขาสง่างามไร้ที่เปรียบ ท่วงท่ามั่นคง เป็นถึงประธานหนุ่มผู้มีสเน่ห์
เมิ่งหว่านซีสวมชุดเดรสสีขาว โยนดอกไม้ในมือทิ้ง ยกเท้าวิ่งไปหาเขา
"อาซิว คุณกลับมาแล้ว"
ฟู่จิ่นซิวยกมือขึ้นขยี้ผมของเธอ "พักผ่อนพอหรือยัง"
เธอทุบอกเขาเบา ๆ "คนชั่ว คราวหลังห้ามไม่ยับยั้งชั่งใจแบบนี้อีกนะ"
บุรุษจับมือเธอขึ้นมาจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปาก "ได้ ฟังภรรยาทุกอย่าง"
บุรุษที่อ่อนโยนถึงเพียงนี้ จะทรยศเธอได้อย่างไร
เมิ่งหว่านซีโยนข่าวบันเทิงชิ้นนั้นออกไปจากหัวอย่างสิ้นเชิง
หลังจากนั้นฟู่จิ่นซิวก็อยู่บ้านได้ไม่กี่วันก็บินไปต่างประเทศบ่อย ๆ เพื่อให้ได้โครงการใหญ่นี้มาเขายุ่งจนตัวเป็นเกลียว
ประจำเดือนของเมิ่งหว่านซีเลื่อนมาแล้วสามวัน
นึกว่าฟู่จิ่นซิวยุ่งเกินไป เมิ่งหว่านซีจึงยังไม่ได้บอกเขาในตอนนี้
เธอซื้อที่ตรวจครรภ์มาหลายยี่ห้อ ด้วยหัวใจที่ทั้งตื่นเต้นและกังวลใจจึงได้ตรวจ
สามปีแล้ว นับตั้งแต่ร่างของนางบาดเจ็บ เธอไม่รู้ว่ากินยาไปมากเท่าไหร่ กระตุ้นไข่ตกไม่รู้กี่ครั้ง
ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้งนี้เธอก็ไม่กล้าคาดหวังมากเกินไป
ไม่กี่นาทีที่รอผล เธอร้อนใจและกังวล
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเมื่อถึงเวลา เมิ่งหว่านซีรีบลืมตาขึ้นมองที่ตรวจครรภ์ทันที
"ก๊อก ๆ..." เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมิ่งหว่านซีตกใจจนมือที่ถือที่ตรวจครรภ์หล่นลงกับพื้น