ในเวลาเดียวกัน ช่างหลี่ก็ล้วงธนบัตรใบย่อยปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
เขานับเงิน 20 หยวนแล้วยื่นให้หยางเฟิง ก่อนกล่าวว่า “สหายหยาง นี่เป็นเงินมัดจำ ลองนับดูสิ”
พอคนอื่นเห็นเข้า ต่างก็พากันจะควักเงินออกมาบ้าง
“จ่ายเงินตอนรับของ ส่งเงินมือหนึ่ง รับของอีกมือหนึ่ง”
เห็นทุกคนตรงไปตรงมาขนาดนี้ หยางเฟิงเองก็ต้องแสดงความใจกว้างสักหน่อย
“ผมเชื่อใจหม่าเซียน และเชื่อใจทุกคนด้วย อีกสามวันพอส่งเนื้อถึงมือแล้วค่อยจ่ายก็ได้ แต่มีข้อแม้ ถ้าถึงตอนนั้นแล้วพวกคุณไม่เอา คราวหน้าก็ไม่มีแบบนี้อีกแล้วนะ”
“ไม่มีทางหรอก”
ช่างหวังตบอกยืนยัน “ทุกคนเป็นพนักงานเก่าแก่ของโรงงานทั้งนั้น พูดคำไหนคำนั้น ผมเป็นคนงานต้นแบบ หม่าเซียนก็เป็นคนงานต้นแบบ พวกเราคนงานไม่หลอกชาวนา คนงานต้นแบบก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นต้นแบบสิ”
ได้ยินเช่นนี้ หยางเฟิงก็วางใจได้อย่างสนิท
ไม่เหมือนพวกตัวแสบโรงงานปูนซีเมนต์
ในยุคนี้ คนงานต้นแบบไม่ใช่ใครก็เป็นได้
ยอมให้ตัวเองเสียเปรียบได้ แต่ไม่เอาเปรียบคนอื่นเด็ดขาด
โรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งที่หนึ่ง เป็นพี่ใหญ่ในวงการ
คนงานต้นแบบที่พี่ใหญ่คัดออกมา ย่อมเป็นคนดีมีมาตรฐาน
เชื่อใจก็ส่วนเชื่อใจ ทำธุรกิจก็ส่วนทำธุรกิจ
พูดกันให้ชัดตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันทีหลัง
“จริงสิ นอกจากเนื้อลวางกวางแล้ว ผมยังมีเนื้อหมูป่าพะโล้กับเนื้อเก้งพะโล้ด้วย พูดง่าย ๆ คือมีเนื้อพะโล้สารพัดอย่าง ราคาจินละ 9 เหมา ถ้าอยากกินของเจก็มีเต้าหู้แห้งพะโล้ เต้าหู้แห้งแบบต่าง ๆ ผักป่าหลากชนิด เห็ดกับเห็ดหูหนู ราคาจินละ 8 เหมา ของพวกนั้นกำไรดี พวกคุณจะขายเท่าไรก็แล้วแต่เลย”
