“ดูคำพูดคำจานี่สิ เหมือนพวกโจรหนวดเฟิ้มตัวจริงไม่มีผิด”
เหอเหล่าเหนียนหัวเราะลั่น คิดว่าหยางเฟิงแค่แกล้งพูดเล่น
“พี่เฟิงเป็นอะไรไป วิ่งเร็วยังกับกระต่ายแน่ะ?”
เหอต้าลวี่แรงเยอะอย่างกับเสือ แบกซากแกะตัวผู้ไล่ตามไม่ลดละ
“ฉิบหายแล้ว รีบเผ่นเร็วเข้า ไม่งั้นได้เข้าไปนอนในห้องขังแน่!”
จางเฉวียนเห็นท่าไม่ดี ตอนแรกก็ชะงักไป ก่อนจะสะพายปืนสามแปดแล้ววิ่งขึ้นเขา
คราวนี้เหอเหล่าเหนียนหัวเราะไม่ออกแล้ว รู้สึกว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ
ไม่อย่างนั้นไอ้หนุ่มกับไอ้แก่คู่นี้คงไม่วิ่งหนีราวกับเห็นผี แถมยังเร็วกว่าพ่อกระต่ายเสียอีก
จากนั้น
ทั้งสี่คนก็วิ่งหอบแฮกขึ้นเขา
ไม่รู้ว่าวิ่งกันอยู่นานแค่ไหน ในที่สุดหยางเฟิงก็หยุดฝีเท้า ทิ้งตัวนั่งลงบนก้อนหินข้างทาง หอบหายใจเสียงดัง
“ไอ้เวรเอ๊ย แกนี่มันตัวซวยชัด ๆ ฉันก็ว่าอยู่แล้วว่าทำไมถึงรู้แถวนี้มีแกะเหลือง ที่แท้ก็เอาแกะทดลองของฟาร์มเขามาเข้าใจผิดว่าเป็นแกะป่านี่เอง ถ้าฟาร์มจับได้ขึ้นมา ชาตินี้ฉันจะตามหลอกหลอนแกไปจนตาย!”
จางเฉวียนนั่งแผ่หลาอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ
เกือบหัวใจวายตายแล้วไหมล่ะ
แถบนี้มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ จนได้ชื่อว่าภูเขาและสายน้ำมีถึงเก้าส่วน ที่นาแค่หนึ่งส่วน
มีของทุกอย่าง ยกเว้นแกะเหลือง
ป้ายเหล็กที่เหอต้าลวี่ถอดลงมานั่นเห็นชัด ๆ ว่าเป็นป้ายประจำตัวของฟาร์ม
มีแค่สองพ่อลูกตระกูลเหอที่ซื่อบื้อจนดูไม่ออก
แกะเหลืองที่ไม่ควรโผล่มาดันโผล่มา แถมยังมีป้ายของฟาร์มติดอยู่ด้วย
จะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ
ก็แกะทดลองที่ฟาร์มเลี้ยงไว้น่ะสิ
“ไอ้พวกเวรนี่ กลัวว่าฟาร์มจะไม่ให้ เลยให้โจวเว่ยกั๋วมาขอให้ฉันช่วย เนื้อแกะพวกแกได้กิน ส่วนถ้าเกิดเรื่องฉันรับเคราะห์แทน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”
