สีหน้าจางต๋าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว เขามองของที่ยึดมาได้บนพื้น แล้วหันไปมองชาวบ้านที่มุงดูอยู่
รู้ว่าวันนี้ตัวเองพังไม่เป็นท่าแน่แล้ว เขาจึงเตะก้นฉินเซี่ยงหงไปหนึ่งที
“ไสหัวกลับกองร้อยไปเลย ไอ้ตัวน่าอับอาย!”
ฉินเซี่ยงหงเซถลาเพราะโดนเตะ เขากุมก้นแล้วรีบเผ่นหนีไป
จางต๋าหน้าบึ้งตึง ส่งสัญญาณให้กองกำลังอาสาถอยกลับ
ขืนอยู่ต่อ ไม่รู้จะขายหน้าหนักกว่าเดิมแค่ไหน
จากนั้นทุกคนก็เบียดฝูงชนออกไปอย่างหงอย ๆ
อู๋เจี้ยนกั๋วตบไหล่หยางเฟิงเบา ๆ แล้วกระซิบว่า “รีบขนของของนายกลับไปเถอะ คราวหน้าถ้าจะเอาของมาขายก็ตรงไปหาฉันที่สถานีธัญพืชเลย บริเวณหน้าประตูฉันเป็นคนตัดสินใจ อย่าไปเดินเตร่ที่ตลาดมืดเล็ก ๆ อีก แถวนั้นเป็นเขตดูแลของกองกำลังอาสาสหกรณ์”
“ขอบคุณครับ พี่อู๋”
หยางเฟิงประสานมือคารวะ “วันหลังผมเลี้ยงเหล้าพี่นะครับ”
“ไสหัวไปได้แล้ว”
อู๋เจี้ยนกั๋วด่ากลั้วหัวเราะ ก่อนหมุนตัวกลับเข้าไปในสถานีธัญพืช
ในเวลาเดียวกัน
จางต๋ากลับถึงกองร้อยด้วยความโมโห แล้วจัดชุดใหญ่ใส่ฉินเซี่ยงหงที่บาดเจ็บไปทั้งตัว
“ไอ้เวรนี่ วัน ๆ เอาแต่หาเรื่องมาให้ฉัน! ไอ้หยางเฟิงนั่นมีอู๋เจี้ยนกั๋วคอยหนุนหลัง ทำไมแกไม่บอกฉันก่อน! ว่างมากนักหรือไงถึงไปหาเรื่องมัน ทำฉันขายหน้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว!”
ฉินเซี่ยงหงกุมแก้มที่บวมเป่ง ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “พี่เขย ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าหยางเฟิงรู้จักอู๋เจี้ยนกั๋ว พี่ก็เห็นแล้วนี่ว่าไอ้หมอนั่นมันร้ายกาจแค่ไหน”
“รีบไสหัวไปเลย เห็นหน้าแกแล้วฉันก็โมโห ถ้ายังกล้าก่อเรื่องอีก ฉันหักขาแกแน่!”
จางต๋าก็รู้ว่าเรื่องนี้จะโทษน้องเมียฝ่ายเดียวไม่ได้
