สิบโมงเช้า รถบรรทุกเจี่ยฟ่างบรรทุกหยางเฟิงกับหวังเยว่จิ้น แล่นเข้าไปในลานกว้างของเรือนรับรองสำนักงานธัญพืชประจำอำเภออย่างช้า ๆ พร้อมเนื้อกวางรวม 561 จิน
เมื่อคืน ทุกคนช่วยกันทำงานล่วงเวลาจัดการเนื้อกวางจนเรียบร้อย
ตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ กวางตัวผู้เป็นของหยางเฟิง เขาได้เนื้อกวางสุทธิ 243 จิน
กวางตัวเมียของจางเฉวียน มีเนื้อกวาง 208 จิน
ส่วนที่เหลือจึงเป็นของเหอเหล่าเหนียน
กวางแดงตัวสูง โครงกระดูกใหญ่ เนื้อแดงที่แล่ได้มีแค่ประมาณครึ่งตัว
เนื้อมีไม่มาก แต่ทุกส่วนล้วนเป็นของดี
“อาสวี่ รีบให้คนมาขนของลงเร็วเข้า”
พอเข้ามาในลานเรือนรับรอง หวังเยว่จิ้นก็โหวกเหวกเรียกสวี่หมิง ผู้ดูแลเรือนรับรองให้มาหา
“เจ้าตัวแสบ ในที่สุดก็กลับมาสักที พี่สะใภ้เป็นห่วงจนแทบคลั่งแล้ว รีบกลับบ้านไปบอกให้รู้ว่าปลอดภัยก่อน ส่วนที่เหลือให้อาสวี่จัดการเอง”
เห็นหวังเยว่จิ้นยังทำตัวเหมือนเดิม สวี่หมิงก็ถอนหายใจโล่งอกยาวเหยียด
ต่อหน้าคนอื่น อดีตหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่คือเจ้าพ่อวงการธัญพืชผู้เกรียงไกร
แต่ลับหลัง กลับเป็นพ่อผู้น่าสงสารคนหนึ่ง
“ไม่ได้หรอกครับ อานี่เจ้าเล่ห์ที่สุด ผมต้องคอยจับตาดูหน่อย”
คำเดียวของหวังเยว่จิ้นทำเอาสวี่หมิงแทบกระอัก
“คุณคือสหายหยางเฟิงใช่ไหม? สวัสดี ผมสวี่หมิง ผู้ดูแลเรือนรับรอง ผมขอขอบคุณแทนอดีตหัวหน้าและพี่สะใภ้ ที่ช่วยชีวิตเยว่จิ้นไว้”
สวี่หมิงยื่นมือออกมาจับมือหยางเฟิงก่อน
หยางเฟิงยิ้มตอบ “หัวหน้าสวี่เกรงใจไปแล้วครับ พวกเราล้วนเป็นพี่น้องชนชั้นแรงงาน ต่อให้เยว่จิ้นเป็นคนธรรมดา เจออันตรายผมก็ต้องช่วยอยู่ดี”
“ฮ่า ๆ มา สูบบุหรี่สักมวน”
