ตะเกียบของน้าหยุดค้างกลางอากาศ
“ชิงเป่ย?” น้าทวนคำ น้ำเสียงเจือความไม่แน่ใจอยู่เล็กน้อย “ชิงเป่ยที่เมืองหลวงน่ะหรือ?”
ซูมู่พยักหน้า
น้าชะงักไปหลายวินาที ก่อนจะยิ้มออกมา “ดี สอบเลย น้าสนับสนุน หลานสาวของน้าก็อยู่เมืองหลวง ถ้าสอบเข้าไปได้พอดีจะได้มีคนคอยช่วยดูแล”
น้าหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า “แต่อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป สอบไม่ติดก็ไม่เป็นไร มหาวิทยาลัยในเมืองหรงก็ดีเหมือนกัน”
ซูมู่มองท่าทางที่น้าทำเป็นสบาย ๆ แล้วรู้สึกอบอุ่นในใจ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอีกประโยค “น้าครับ ตอนนี้ผมอยู่ระดับ 17 แล้ว”
มือของน้าชะงัก
น้าอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดกลับลงไป
ตอนหลานสาวสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปีก่อน น้าเคยหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบระดับของผู้เชี่ยวชาญดันเจี้ยนมาโดยเฉพาะ
สัปดาห์แรกหลังปลุกพลัง หากขึ้นถึงระดับ 10 ก็ถือว่าเก่งแล้ว ระดับ 14 คือยอดฝีมือ ส่วนระดับ 15 ขึ้นไปคืออัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ
แต่ซูมู่เพิ่งปลุกพลังได้วันที่ 7 ก็อยู่ระดับ 17 แล้ว
น้ามองซูมู่ ดวงตาพลันแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
“ดี” เสียงของน้าแหบพร่าเล็กน้อย “ดีจริง ๆ น้ารู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นเด็กที่ไม่เคยทำให้น้าต้องเป็นห่วงมาตั้งแต่เล็ก”
น้าก้มหน้า รีบคีบข้าวเข้าปากสองคำเพื่อข่มอารมณ์ จากนั้นก็เริ่มคีบกับข้าวให้ซูมู่อีก “กินเยอะ ๆ พรุ่งนี้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว พักผ่อนให้ดี อย่ากดดันตัวเอง ไม่ว่าจะสอบได้แค่ไหนน้าก็ดีใจทั้งนั้น”
ซูมู่พยักหน้า
ขณะที่กำลังจะกินต่อ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขาเหลือบมองหน้าจอ... เย่ชิงเสวี่ย
ซูมู่ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายโทรมาตอนนี้มีธุระอะไร ก่อนจะรับสายแล้วแนบโทรศัพท์กับหู
