ภายในเขตที่พักอาศัย บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทุกขณะ
เฉินอี้ยืนอยู่บนทางเดินที่พังเสียหาย มือถือจั้นเยวียน ลมปราณในกายพลุ่งพล่านไม่หยุด
ทุกครั้งที่ลมปราณสั่นสะเทือน ราวกับมีค้อนทุบลงกลางใจของทุกคน
ทำให้จิตใจของทุกคนหวั่นไหว
“บัดซบ...นี่มันคนหรือผีกันแน่?”
“ไอความกดดันนี่มัน...”
“ทำไมข้ารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขั้นหก?”
เหล่าสมาชิกหน่วยพิฆาตมีสีหน้าเคร่งเครียด
พวกเขากำอาวุธในมือแน่น ไม่มีใครกล้าประมาทแม้แต่น้อย
ต่อให้ไม่ดูผลงานก่อนหน้าของเฉินอี้ แค่พลังกดดันตอนนี้ เสาเลือดที่สูงใหญ่กว่าพวกเขามากมาย ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญศึกใหญ่
“พวกเจ้ายังยืนอึ้งทำอะไรกัน? เข้ามาเลย”
เฉินอี้ยกจั้นเยวียนขึ้นช้า ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
หลังจากที่ผสานวิชาเมื่อคืน พลังต่อสู้ของเขาไม่ใช่สิ่งที่ขั้นห้าจะบรรยายได้อีกต่อไป
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับหน่วยพิฆาตขั้นห้าเหล่านี้ ในใจของเขาจึงไม่สะเทือนแม้แต่น้อย
“บุก!”
พร้อมกับเสียงตะโกนกึกก้อง ลมปราณของสมาชิกหน่วยพิฆาตทั้งหมดก็ปะทุเดือด
พวกเขาเคลื่อนจากรอบทิศ ล้อมกรอบเข้าใส่เฉินอี้ กลิ่นอายสังหารสะท้านฟ้า
เมื่อเผชิญหน้ากับหน่วยพิฆาตที่ห้อมล้อมราวกับเมฆดำปกคลุมเมือง เฉินอี้เพียงแค่หัวเราะเย็นชา
จากนั้น เขาก็ฟาดฟันจั้นเยวียนออกไปอย่างแรงกล้า
เพียงชั่วพริบตา เคล็ดดาบสีแดงเข้มน่าสะพรึงกลัวยาวหลายสิบเมตรก็พัดกวาดไปด้านหน้า
นี่คือเพลงดาบที่เกิดจากการผสาน ท่วงท่าฟันสะบั้นดาราทั้งเก้าทิศ
“ตูม!”
ทันทีที่เคล็ดดาบฟาดออก สมาชิกหน่วยพิฆาตที่อยู่แนวหน้าสุดต่างก็ระเบิดลมปราณ ระดมใช้วิชายุทธ์หลากหลายเข้าโจมตีเฉินอี้
ฉัวะ!
ฉัวะ!!
แต่น่าเสียดาย
พลังต่อสู้ของเฉินอี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะจินตนาการถึง
