เพราะท่วงท่าของซ่งจืออวี่ที่รุนแรงเกินไป มารดาซ่งที่อยู่ข้าง ๆ จึงร้องโอดโอยไม่หยุดอีกครั้ง
“ท่านแม่!” ซ่งจืออวี่ละความสนใจจากขวดนมใบนั้น ประคองมารดาซ่งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะวางท่าประหนึ่งนายแห่งเรือนอีกครั้ง
“หว่านหว่านนางอ่อนโยนและมีคุณธรรม หลังจากเข้าประตูเรือนมาแล้วยังช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลเรือนและปรนนิบัติท่านแม่ให้เจ้าด้วย นี่เป็นเรื่องดี” เขาจ้องมองเหยียนหรูอวี้ด้วยแววตาเย็นชา น้ำเสียงแข็งกร้าวยิ่ง “อีกสามวันจะเป็นวันมงคล เจ้าในฐานะภรรยาเอก สมควรเริ่มจัดเตรียมการได้แล้ว”
“ของหมั้นหมายและงานเลี้ยง ห้ามดูถูกดูแคลน ระวังจะทำให้ผู้คนเห็นว่าจวนโหวอู่ของเรายากจนข้นแค้น สูญเสียเกียรติยศ”
เหยียนหรูอวี้มองซ่งจืออวี่ที่กล่าววาจาเช่นนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย กลับโมโหจนหัวเราะออกมา
นางประหนึ่งไม่รู้จักคนที่อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป
คบหากันมากว่าสองปี นางไม่เคยรู้เลยว่า สวามีของตนจะไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้
“เจ้า...” เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ ซ่งจืออวี่ก็รู้สึกละอายใจ
เสียงของเหยียนหรูอวี้เต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “ซ่งจืออวี่ เจ้าช่างเป็นคนหน้าด้านจริง ๆ”
“เหยียนหรูอวี้!” สีหน้าของซ่งจืออวี่ดำคล้ำ
“หน้าด้าน! เปลือยหมดเลย! น่าอาย ๆ ๆ! หน้าด้าน!” เสียงใสกังวานของเหยียนปู้หร่านขัดจังหวะความโกรธของซ่งจืออวี่
เขาสะบัดหน้ากลับทันที เห็นเด็กน้อยไม่รู้ยืนอยู่ข้างกายเหยียนหรูอวี้ตั้งแต่เมื่อใด ในอ้อมอกยังคงกอดขวดนมใบนั้นแน่น
“เหยียนปู้หร่าน! เจ้าพล่ามอะไร!” ซ่งจืออวี่กระโดดตัวลอยทันที ก่อนจะเหลือบมองเหยียนหรูอวี้โดยไม่รู้ตัว “เจ้าสอนนางหรือ?”
