“ใช่เลย! มือเขานิ่งมาก ตอนพาหนูเล็งเป้าไม่สั่นเลยสักนิด แม่นกว่าที่หนูคิดไว้เยอะ! เขายังชมด้วยว่าหนูมีพรสวรรค์สุด ๆ!”
เสิ่นนี้เหยียนพูดอย่างออกรสออกชาติ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าสีหน้าของผู้ชายข้างกายเย็นชาลงทีละนิด
นิ้วมือของเหวินเจ้าเหย่ที่วางอยู่ด้านหลังเธอค่อย ๆ กำแน่นขึ้น ข้อนิ้วซีดขาว รอยยิ้มตรงมุมปากหายไปจนหมด
เขาบีบคางเธอ บังคับให้หันมาสบตา น้ำเสียงเจือความเย็นชา
“หนูเหยียนของฉันนี่ไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย”
เสิ่นนี้เหยียนถูกเขาบีบคางไว้ เธอกะพริบดวงตาที่ยังเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น แล้วถึงได้สำนึกขึ้นมาในภายหลัง
แย่แล้ว
เธอได้ใจจนลืมตัว
เธอลืมไปว่าหมอนี่เป็นพวกหึงหวงจนคลั่ง แค่เธอมองคนอื่นนานกว่าปกติหน่อยก็หึงจนฟ้าถล่มแล้ว
【โฮสต์!! เลือกพูดเรื่องไหนไม่พูด ดันพูดเรื่องนั้นขึ้นมาจนได้!! เมื่อกี้ระบบส่งสายตาเตือนแทบตาย แต่คุณไม่รับรู้เลยสักนิด!!】
เสิ่นนี้เหยียนคร่ำครวญในใจ กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่เหวินเจ้าเหย่กลับปล่อยคางเธอแล้วลุกขึ้นจากโซฟา
เขาก้มมองโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นอย่างหงุดหงิดเพื่อจัดปกเสื้อเชิ้ตที่เธอดึงจนยับให้เรียบร้อย
“ฉันไปประชุมก่อน”
พูดจบ เขาก็เดินไปทางประตูโดยไม่หยุดแม้แต่นิดเดียว
เสิ่นนี้เหยียนมองประตูที่ปิดลง สมองว่างเปล่าไปหมด
ก่อนหน้านี้เธอก็เคยทำให้เขาโกรธ แต่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย
ทุกครั้งเขาจะยืนอยู่ตรงนั้น รอให้เธออธิบาย ต่อให้สีหน้าเย็นชาแค่ไหนหรือบรรยากาศจะกดดันเพียงใด เขาก็จะให้โอกาสเธอง้อเขาเสมอ
แต่เมื่อกี้...
