วันจันทร์ช่างเป็นฝันร้าย เปลือกตาของเสิ่นนี้เหยียนแทบจะปิดเข้าหากัน
ตรงมุมโต๊ะมีนมสดอุ่น ๆ วางอยู่ เป็นของที่เหวินเจ้าเหย่ให้คนเอามาส่งตอนเช้า บรรจุอยู่ในกระบอกเก็บความร้อนที่ประทับตราชุนหลี่เชิน ผนังแก้วยังอุ่นอยู่
เธอเสียบหลอดแล้วดูดเข้าไปคำหนึ่ง รสนมหวานละมุนแผ่ซ่านบนปลายลิ้น ทว่ากลับขับไล่ความง่วงที่ซึมลึกมาจากทุกอณูของกระดูกไม่ได้
[โฮสต์ ดูท่าทางคุณไม่ค่อยมีแรงเลยนะคะ]
เสิ่นนี้เหยียนหาวออกมา น้ำตาเอ่อที่หางตาเล็กน้อย น้ำเสียงเนือย ๆ
“นอนไม่พอ…เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ตีสองกว่าแล้ว”
[? ปกติโฮสต์นอนตอนห้าทุ่มไม่ใช่เหรอคะ เมื่อคืนทำอะไรอยู่คะ?]
ใบหน้าของเสิ่นนี้เหยียนแดงวาบ เธอก้มหน้าซุกลงในหนังสือเรียน
“…วิดีโอคอล”
[วิดีโอคอลกันจนถึงตีสองเลยเหรอคะ? พระเอกคุยเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?]
“ไม่ได้คุย…”
“เขาบังคับให้ฉันเรียกเขาว่า…พี่ชาย…ที่รัก…ฉันไม่เรียกเขาก็ไม่ยอมให้วางสาย…เรียกแล้วก็ยังให้เรียกอีก…เรียกตั้งหลายรอบ…”
[…]
“หลังจากนั้นฉันง่วงจนไม่ไหว เขาถึงยอมให้หยุดเรียก” เสิ่นนี้เหยียนเบะปาก “แต่แล้วเขาก็เริ่มหอบเองไม่หยุด…”
[โฮสต์เหนื่อยหน่อยนะคะ นี่แหละระดับพลังงานที่พระเอกควรมีจริง ๆ ค่ะ]
เสิ่นนี้เหยียนเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเรียน พลางขยี้ดวงตาที่เมื่อยล้าจนปวด
“เขาไม่ง่วงบ้างเลยเหรอ? ทั้งที่กลางวันก็ประชุมตั้งหลายรอบ ทำไมกลางคืนยังมีแรงขนาดนั้น…จวนจวน นายว่าถ้านางเอกได้อยู่กับเขาในอนาคตจะรับไหวไหม?”
[เรื่องนี้…ระบบยังตอบไม่ได้ค่ะ แต่จากข้อมูลของระบบ นางเอกฟางจือในนิยายต้นฉบับเป็นคนที่มีพลังเหลือเฟือและมองโลกในแง่ดี น่าจะ…ไม่มีปัญมั้งคะ?]
เสิ่นนี้เหยียนตอบรับเบา ๆ โดยไม่รู้เพราะอะไร ในใจถึงรู้สึกอึดอัดขึ้นมานิดหน่อย
