เสิ่นนี้เหยียนได้ยินเด็กผู้หญิงหลายคนที่นั่งแถวหน้าคุยจ้อกันเรื่องพิธีกรงานครบรอบสถาปนา ความอยากรู้อยากเห็นเล็ก ๆ ในใจก็พลอยโผล่ขึ้นมา
แต่เธอไม่คุ้นเคยกับระบบบริษัทของโลกใบนี้เอาเสียเลย คนที่อยู่ข้างกายเหวินเจ้าเหย่ เธอก็รู้จักแค่เจียงอวิ๋นเฉินคนเดียว
เอาไว้ถึงตอนนั้นก็คงรู้เอง
เสียงกระดิ่งเข้าเรียนดังขึ้น
เสิ่นนี้เหยียนดึงความคิดกลับมา เปิดหนังสือเรียน แล้วกวาดตามองไปทางเฉียงหน้าตามความเคยชิน—ที่นั่งของโจวอี้เล่อว่างเปล่า
เธอขมวดคิ้ว แล้วเหลือบมองไปทางประตูห้องเรียนอีกครั้ง จนกระทั่งอาจารย์เดินเข้ามา ตรงนั้นก็ยังว่างอยู่
โจวอี้เล่อไม่ได้มาเรียนตั้งแต่เมื่อวานช่วงบ่ายแล้ว
เสิ่นนี้เหยียนหลุบตาลง ใช้นิ้วไล้ขอบหน้าหนังสือเบา ๆ โดยไม่ได้คิดอะไรต่อ
เที่ยงวัน โรงอาหาร
โรงอาหารของสถาบันการศึกษาเอลตันตกแต่งเหมือนห้องอาหารบุฟเฟต์ในโรงแรมหรู เพดานโดมประดับโคมระย้าคริสตัล แบ่งโซนอาหารจีน อาหารตะวันตก อาหารญี่ปุ่น และของหวานไว้อย่างชัดเจน จานทำจากกระเบื้องเนื้อดี ส่วนตะเกียบทำจากไม้มะเกลือ
เสิ่นนี้เหยียนถือถาดอาหาร เลือกข้าวหน้าเนื้อผัดพริกไทยดำกับซุปข้าวโพดข้นหนึ่งถ้วย แล้วไปนั่งตรงที่ติดหน้าต่าง
ตั้งแต่ทะเลาะกับโจวอี้เล่อ เธอก็ไม่ได้มากินข้าวที่โรงอาหารอีกเลย
เมื่อก่อนตอนเที่ยงพวกเธอจะมากินข้าวด้วยกันสองคน พูดคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปพลาง บางครั้งโจวอี้เล่อยังแอบเอาคุกกี้ที่แม่ทำจากบ้านมาแบ่งให้เธอ
ตอนนี้เธอนั่งอยู่คนเดียวริมหน้าต่าง ที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า
เด็กผู้หญิงจากโต๊ะข้าง ๆ ชำเลืองมองเธอเป็นระยะ สายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้ การประเมิน และความรู้สึกทำนองว่า “ดูสิ นั่งกินข้าวคนเดียว น่าสงสารจัง”
