ซูหว่านฉิงกำลังเพลิดเพลินกับการเป็นจุดสนใจของทุกคน
เธอยิ้มสดใส โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อถ่ายรูปคู่กับกล้วยไม้
ตอนนี้เธอน่าจะพูดอะไรอีกสักหน่อย อวดความรู้ความสามารถของตัวเอง การได้เป็นเพื่อนกับศาสตราจารย์อย่างอิ่งฉวีแบบนี้ เธอเป็นคนเดียวในวงการบันเทิงเลยนะ
“ศาสตราจารย์อิ่ง ไม่ได้เจอกันสามปี กล้วยไม้ต้นนี้โตงามขึ้นเยอะเลยนะคะ~”
พูดจบ ซูหว่านฉิงก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้แสงส่องลงบนตัวเอง
เอาสิ ชมฉันเลยสิ สรรเสริญฉันเลย
ทำให้ทุกคนอิจฉาฉันเลย!!
……
……
เธอเงยหน้าอยู่นานหนึ่งนาที แต่กลับเงียบกริบ
อิ่งฉวี:“……”
เงียบงัน อึดอัด ทำตัวไม่ถูก
รอยยิ้มของซูหว่านฉิงเริ่มแข็งค้างเล็กน้อย
เดี๋ยวนะ ทำไมอิ่งฉวีไม่พูดอะไรล่ะ? เวลาแบบนี้เขาควรจะขอบคุณเธอไม่ใช่เหรอ?
ความเงียบอันน่าอึดอัดยืดเยื้อออกไปเรื่อย ๆ จนแม้แต่คอมเมนต์ไลฟ์ก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ
【?】
【เกิดอะไรขึ้น ทำไมเงียบกันจัง】
“คุณซู” อิ่งฉวีถาม “คุณบอกว่าจะถ่ายรูปคู่กับกล้วยไม้หยุนจิ่นต้นนี้เหรอ?”
ซูหว่านฉิงไม่ทันสังเกตความเย็นชาในน้ำเสียงของเขา ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ใช่ค่ะ ฉันดูแลมันอย่างดีมาตั้งหลายวันนี่คะ”
อิ่งฉวีถามเรียบ ๆ “ลองมองกล้วยไม้ต้นอื่นดูสิ มีต้นไหนคุ้นตาบ้างไหม?”
ซูหว่านฉิงเหลือบมองกล้วยไม้ที่อยู่ข้าง ๆ
น่าเกลียดจริง
ทั้งเตี้ยทั้งเล็ก จะมาอยู่ข้างกล้วยไม้หยุนจิ่นได้ยังไง?
แววรังเกียจวาบผ่านดวงตา ก่อนเธอจะรักษารอยยิ้มไว้ “ตอนนั้นฉันดูแลกล้วยไม้ไว้หลายต้นจริง ๆ ค่ะ ต้นนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น แต่ในใจฉัน กล้วยไม้หยุนจิ่นสำคัญที่สุดค่ะ”
อิ่งฉวีขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
เขาเชื่อสนิทใจมาตลอดว่าซูหว่านฉิงเป็นคนช่วยกล้วยไม้ต้นนั้นไว้ ทุกท่วงท่าของซูหว่านฉิงในตอนนั้น เขาจดจำได้ขึ้นใจ
