ผ่านไปแค่วันเดียว ต้นไม้ข้างนอกก็งอกงามขึ้นมาก แถมยังมีเถาวัลย์เลื้อยขึ้นมาบนแผ่นเหล็กที่ใช้ขวางประตู เกิดเป็นโล่กำบังสีเขียวขึ้นมา
เจียงเยวี่ยไป๋ตรวจดูรอบนอกอย่างถี่ถ้วน ยืนยันว่าไม่มีมนุษย์อสูรตัวอื่นอยู่แถวนี้ แล้วถึงได้ออกจากบ้านแบบสภาพมอมแมม พร้อมจอบเล็ก สมองกล้องหนึ่ง กับตะกร้าใส่ผักหนึ่งใบกับกระติกน้ำเล็กอีกใบ
เธอปรับระยะถือสมองกลให้พอดี ให้เห็นภาพบรรยากาศข้างนอก แต่ก็ไม่เปิดเผยสภาพแวดล้อมมากเกินไป จะได้ง่ายต่อการตัดต่อทีหลัง
แสงตอนบ่ายไม่เจิดจ้าเหมือนตอนเที่ยง มีความสว่างนุ่มนวล
เจียงเยวี่ยไป๋ใส่ชุดกระโปรงสีขาว ทำตัวเป็นแผ่นสะท้อนแสงเดินได้ ภาพที่ออกมาจึงดูอ่อนโยนและชัดเจน
เธอเด็ดยอดหญ้าอ่อนขึ้นมาเคี้ยวเล่น ระหว่างเดินก็แนะนำไปเรื่อย ๆ จอบเล็กที่พาดบ่าอยู่ก็แกว่งไปมา
ไม่ถึงนาทีก็มาถึงแปลงผักเล็ก หลังจากรดน้ำกับถอนหญ้าเมื่อวาน เหล่าผักป่าพวกนี้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมยังสูงขึ้นอีกด้วย
เจียงเยวี่ยไป๋จะบอกว่าไม่ดีใจก็โกหก
ไม่คิดว่าผักป่าพวกนี้จะมีพลังชีวิตดีงามขนาดนี้
เธอยิ้มกว้างใส่เลนส์อย่างจริงใจ พยายามเก็บแปลงผักให้เข้ามาอยู่ในเฟรมแล้วพูดว่า
"เป็นไงบ้าง ผักป่าที่ฉันปลูกเอง! เก่งไหมล่ะ! ฝีมือปลูกผักนี่บอกเลยว่าโปรจริง ๆ"
พูดจบอย่างภาคภูมิใจแล้วก็ทำหน้าทะเล้นใส่
แล้วเจียงเยวี่ยไป๋ก็วางสมองกล ปรับมุมกล้อง แล้วเริ่มลุยงานในแปลงผัก เธอต้องถอนหญ้าที่อยู่รอบ ๆ ด้วย เพราะมันจะแย่งสารอาหารในดิน
